คือในฤดูฝน ๔ เดือน. บทว่า เหมนฺเต ในฤดูหนาว คือในฤดูหนาว
๔ เดือน. บทว่า คิมฺเห ในฤดูร้อน คือในฤดูร้อน ๔ เดือน. บทว่า
ปุริเม วโยกฺขนฺเธ ในขันธ์วัยต้น คือในส่วนของวัยแรก ได้แก่ใน
ปฐมวัย. ก็ใน ๓ วัยเหล่านั้น สำหรับคนมีอายุ ๑๐๐ ปีเป็นเกณฑ์ ในวัย
หนึ่ง ๆ ก็มีอายุ ๓๓ ปี กับ ๔ เดือน.
พึงทราบความในคาถาแรกอย่างนี้ก่อน พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรง
แสดงเทศนาประกอบด้วยไตรสิกขา ด้วยธรรมเป็นยอด คืออรหัตแล้ว
เพื่อทรงแสดงด้วยการละความถือตัวอีก จึงตรัสคาถา มีอาทิว่า ยํกิญฺจิ
ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยํกิญฺจิ ธมฺมมภิชญฺา อชฺฌตฺตํ ภิกษุ
พึงรู้คุณธรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นภายใน คือพึงรู้คุณธรรมของตน
มีความเป็นผู้มีตระกูลสูงเป็นต้น. บทว่า อถวาปิ พหิทฺธา คือ หรือพึง
รู้คุณของอาจารย์และอุปัชฌาย์ในภายนอก. บทว่า น เตน ถามํ กุพฺเพถ
ไม่พึงทำความถือตัวด้วยคุณธรรมนั้น. บทว่า สตานํ อันผู้สงบทั้งหลาย
คือผู้มีคุณธรรมคือความสงบ. บทว่า สนฺตานํ คือ เป็นผู้ดับมานะ. บทว่า
น วุตฺตา แปลว่า ไม่กล่าว. บทว่า นปฺปวุตฺตา คือ ไม่แก้.
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงถึงวิธีไม่ทำความถือตัว
นั้น จึงตรัสคาถาว่า เสยฺโย น เตน ภิกษุไม่พึงสำคัญว่าดีกว่าเขาด้วยคุณ
ธรรมนั้น ดังนี้เป็นต้น.
บทนั้นมีความดังนี้ ภิกษุไม่พึงสำคัญว่า เราดีกว่าเขา เราต่ำกว่าเขา
หรือแม้ว่าเราเสมอเขาด้วยมานะนั้น ภิกษุผู้เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมเป็น