Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 417

เล่ม มมร. 66 หน้า 417 ข้อ 788
สำเร็จรูปด้วยการประกอบด้วยอุปสัคนี้ว่า อนุ. บทว่า อนิรากตชฺฌาโน ไม่เหินห่างจากฌาน คือไม่นำฌานออกไปภายนอก หรือไม่ยังฌานให้ เสื่อม. อนึ่ง พึงเห็นประโยคในบทมีอาทิว่า นี้ชื่อว่า มิใช่ไม่กระทำเพื่อ ความนำออกและเพื่อความเสื่อม เป็นความพระพฤติสุภาพ เพราะไม่ หัวดื้อ. บทว่า วิปสฺสนาย สมนฺนาคโต ประกอบด้วยวิปัสสนา คือ ประกอบด้วยอนุปัสสนา ๗ อย่าง. อนุปัสสนา ๗ คืออนิจจานุปัสสนา พิจารณาเนือง ๆ ในความ ไม่เที่ยง ๑ ทุกขานุปัสสนา พิจารณาเนือง ๆ ในความเป็นทุกข์ ๑ อนัตตานุปัสสนา พิจารณาเนือง ๆ ในความเป็นอนัตตา ๑ นิพพิทานุ- ปัสสนา พิจารณาเนือง ๆ ในความเบื่อหน่าย ๑ วิราคานุปัสสนา พิจารณาเนือง ๆ ในความคลายกำหนัด ๑ นิโรธานุปัสสนา พิจารณา เนือง ๆ ในความดับตัณหา๑ ปฏินิสสัคคานุปัสสนา พิจารณาเนืองๆ ใน ความสละคืน ๑, วิปัสสนาเหล่านั้นพิสดารแล้วในวิสุทธิมรรค. บทว่า พฺรูเหตา สุญฺาคารานํ คือ เพิ่มพูนสุญญาคาร. ก็ในบทนี้ พึงทราบว่า ภิกษุเรียนกรรมฐานทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน แล้ว เข้าไปนั่งยังสุญญาคารตลอดคืนและวัน ชื่อว่า เพิ่มพูนสุญญาคาร. แม้บำเพ็ญอยู่ในปราสาท อันมีพื้นชั้นเดียวเป็นต้น ก็พึงเห็นว่าเพิ่มพูน สุญญาคาร. พึงทราบวินิจฉัยในบทว่า สกฺกจฺจการี พึงเป็นผู้ทำโดยความเคารพ ดังต่อไปนี้. พึงเป็นผู้ทำความเคารพ ด้วยทำความเคารพต่อบุคคลหรือ ต่อไทยธรรม เพื่อบำเพ็ญกุศลธรรมมีทานเป็นต้น. บทว่า อสฺส คือ พึง เป็น. ความเป็นผู้ทำเนือง ๆ ชื่อว่า สาตจฺจ ความทำติดต่อชื่อว่า สาตจฺจ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka