บทว่า สุตฺวา ทฺสิโต พหุํ วาจํ สมณานํ วา ปุถุชนานํ ภิกษุ
ถูกประทุษร้ายได้ฟังวาจามากของพวกสมณะ หรือของคนผู้มีถ้อยคำมาก
คือถูกประทุษร้าย เสียดสี ได้ฟังวาจาที่ไม่น่าปรารถนาแม้มากของสมณะ
เหล่านั้น หรือของปุถุชนเหล่าอื่นมีกษัตริย์เป็นต้น . บทว่า น ปฏิวชฺช คือ
ไม่พึงโต้ตอบ. เพราะอะไร. เพราะภิกษุผู้สงบย่อมไม่ทำผู้อื่นให้เป็นศัตรู.
บทว่า กกฺขเลน คือ ด้วยคำหยาบ. บทว่า สนฺโต ผู้สงบ คือดับ
กิเลสได้แล้ว. บทว่า ปฏิเสนึ คือ ศัตรู. บทว่า ปฏิมลฺลํ คือ ข้าศึก.
บทว่า ปฏิกณฺฏํ คือ เป็นเวร. บทว่า ปฏิปกฺขํ เป็นปฏิปักษ์ คือเป็น
ปฏิปักษ์ด้วยกิเลส. อธิบายว่า ไม่ทำความเกี่ยวข้องด้วยอำนาจกิเลส.
บทว่า เอตญฺจ ธมฺมมญฺาย รู้ธรรมนั้นแล้ว คือรู้ธรรมตาม
ที่กล่าวแล้วนั้นทั้งหมด. บทว่า วิจินํ คือ ค้นคว้าอยู่. บทว่า สนฺตึติ
นิพฺพุตึ ตฺวา คือ รู้ความดับราคะเป็นต้นว่า เป็นความสงบ.
บทว่า สมญฺจ ธรรมอันเสมอ คือกายสุจริตเป็นต้น . บทว่า วิสมญฺจ
ธรรมอันไม่เสมอมีกายทุจริตเป็นต้น. บทว่า ปถญฺจ ธรรมเป็นทาง คือ
กุศลกรรมบถ ๑๐. บทว่า วิปถญฺจ ธรรมไม่เป็นทาง คืออกุศล-
กรรมบถ ๑๐. บทว่า สาวชฺชญฺจ ธรรมมีโทษ คืออกุศล. บทว่า
อนวชฺชญฺจ ธรรมไม่มีโทษ คือกุศล. แม้บทว่า หีนปฺปณีตกณฺหสุกฺก-
วิญฺญูครหิตปฺปสตฺถํ ธรรมเลว ธรรมประณีต ธรรมดำ ธรรมขาว
ธรรมที่วิญญูชนติเตียน ธรรมที่วิญญูชนสรรเสริญแม้นี้ ก็เป็นกุศลและ
อกุศลนั่นเอง. ในธรรมเป็นกุศลและอกุศลเหล่านั้น กายสุจริตเป็นต้นเป็น
ธรรมอันเสมอ เพราะทำให้เสมอ. กายทุจริตเป็นต้นเป็นธรรมอันไม่เสมอ
เพราะทำให้ไม่เสมอ. กุศลกรรมบถเป็นทาง เพราะเป็นทางไปสุคติ.