ว่าด้วยเรียกตัณหาว่าเป็นห้วงน้ำใหญ่
[๘๓๘] ตัณหา เรียกว่า ความกำหนัด ในคำว่า เราย่อมกล่าว
ความกำหนัดว่า เป็นห้วงน้ำใหญ่ ได้แก่ราคะ สารคะ ฯลฯ อภิชฌา
โลภะ อกุศลมูล ตัณหา เรียกว่าห้วงน้ำใหญ่ ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ
อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล. คำว่า เราย่อมกล่าวความกำหนัดว่า เป็น
ห้วงน้ำใหญ่ ความว่า เราย่อมกล่าว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง
เปิดเผย จำแนก ทำให้ตื้น ประกาศความกำหนัดว่า เป็นห้วงน้ำใหญ่
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เราย่อมกล่าวความกำหนัดว่า เป็นห้วงน้ำใหญ่.
[๘๓๙] ตัณหา เรียกว่า ความว่องไว ในคำว่า กล่าวความ
ว่องไวว่า เป็นความปรารถนา ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะ
อกุศลมูล ตัณหา เรียกว่าความปรารถนา ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ
อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล. คำว่า กล่าวความว่องไวว่า เป็นความปรารถนา
ความว่า เราย่อมกล่าว บอก แสดง บัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนก
ทำให้ตื้น ประกาศความว่องไวว่า เป็นความปรารถนา เพราะฉะนั้น จึงชื่อ
ว่า กล่าวความว่องไวว่า เป็นความปรารถนา.
[๘๔๐] ตัณหา เรียกว่า อารมณ์ ในคำว่า กล่าวอารมณ์ว่า เป็น
ความกำหนด ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะ อกุศลมูล
ตัณหา เรียกว่าความกำหนด ได้แก่ราคะ สาราคะ ฯลฯ อภิชฌา โลภะ
อกุศลมูล เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กล่าวอารมณ์ว่า เป็นความกำหนด.
ว่าด้วยเปรียบกามเหมือนเปือกตม
[๘๔๑] คำว่า เปือกตมคือกามเป็นสภาพล่วงได้โดยยาก ความ