เคยไป ชื่อว่า ทิสา เพราะควรชี้แจง. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
อคตํ ทิสํ ดังนี้. บาลีว่า อมตํ ทิสํ ก็มี. บทว่า อภิสมฺภเว ความว่า
พึงบรรลุ. บทว่า ปนฺตมฺหิ สงัด คือสุดเขต. ทิศที่ไม่เคยไป แม้แต่
ฝันชื่อว่า อคตปุพฺพา. ทิศนั้นไม่เคยไป เพราะเหตุนั้น ทิศนั้น จึงชื่อ
ว่า อคตปุพฺพา โดยนัยดังกล่าวแล้ว.
บทว่า อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา คือ โดยกาลยาวนานนี้. บทว่า
สนติตฺติกํ คือ ภาชนะน้ำมันเต็มถึงขอบปากภายใน. บทว่า อนวเสกํ
คือ มิให้ไหลรด ได้แก่ ภาชนะน้ำมันที่ใส่น้ำมันลงไปจนเต็มทำมิให้
ไหลรด. บทว่า ปริหเรยฺย พึงประคอง คือพึงนำไป พึงถือเอาไป.
บทว่า เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข พึงรักษาจิตของตนเนืองๆฉันนั้น คือภิกษุ
วางจิตของตนดุจภาชนะเต็มด้วยน้ำมันนั้นไว้ในระหว่างธรรมทั้งสองอย่าง
คือด้วยกายคตาสติและด้วยสติอันสัมปยุตในโคจร แล้วไม่ฟุ้งซ่านไปใน
โคจรภายนอกแม้ครู่เดียวฉันใด พระโยคาวจรผู้ฉลาด พึงรักษา คุ้มครอง
ฉันนั้น. เพราะอะไร. เพราะ
การฝึกจิตที่ข่มได้ยาก เบา มักตกไปในอารมณ์ใคร่
เป็นความดี จิตที่ฝึกแล้ว จะนำความสุขมาให้.
เพราะฉะนั้น
นักปราชญ์พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยาก ละเอียดยิ่งนัก
มันตกไปในอารมณ์ใคร่ จิตที่คุ้มครองแล้ว จะนำความ
สุขมาให้.
เพราะจิตนี้
ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีถ้ำเป็น
ที่อาศัย ผู้ใดสำรวมจิตไว้ได้ ผู้นั้นจะพ้นจากบ่วงมาร.