Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 648

เล่ม มมร. 66 หน้า 648 ข้อ 988
ส่อเสียดต่อไป, กล่าววาจาของตนที่ทำความน่ารักในหัวใจ ของบุคคลนั้น และส่อเสียดบุคคลอื่น ชื่อว่า ปิสุณวาจา วาจาส่อเสียด. วาจาที่ทำตนบ้าง ผู้อื่นบ้างให้หยาบ หรือวาจาที่หยาบเองเพราะหู ไม่สุขใจ ชื่อว่า ผรุส- วาจา วาจาหยาบ. คำพูดเพ้อเจ้อไม่มีประโยชน์ ชื่อว่า สัมผัปปลาปะ. แม้เจตนาอันเป็นมูลเหตุของคำพูดเหล่านั้น ก็ได้ชื่อว่า ปิสุณวาจา เป็น- ต้นนั่นเอง. ในที่นี้ท่านประสงค์เอาปิสุณวาจานั่นเอง. ในวาจาเหล่านั้น เจตนาอันยังกายประโยคและวจีประโยคให้ตั้งขึ้น ของผู้มีจิตเศร้าหมอง เพื่อทำลายผู้อื่นหรือเพราะประสงค์จะให้เขารักตน ชื่อว่า ปิสุณวาจา. ปิสุณวาจานั้น ชื่อว่ามีโทษน้อย เพราะผู้ที่ถูกทำ ความแตกกันมีคุณน้อย ชื่อว่ามีโทษมาก เพราะผู้ที่ถูกทำความแตกกันมี คุณมาก. ปิสุณวาจานั้นมีองค์ ๔ คนอื่นที่ควรให้แตกกันมุ่งจะให้แตกกัน ด้วยคิดว่าคนเหล่านี้จักแตกกันอย่างนี้ ๑ ใคร่ให้เป็นที่รัก ด้วยคิดว่า เราจักเป็นทั้รักเป็นผู้คุ้นเคยอย่างนี้ ๑ พยายามจะทำให้เขาแตกกัน ๑ ผู้นั้นรู้ความนั้น ๑. บทว่า อิเมสํ เภทาย เพื่อทำลายคนหมู่นี้ คือเพื่อทำลายคนที่ฟัง ในสำนักของผู้ที่กล่าวว่า ฟังจากข้างนี้ดังนี้. บทว่า ภินฺนานํ วา สนิธาตา เป็นผู้สมานคนที่แตกกัน คือเมื่อมิตรสองคนหรือผู้ร่วมอุปัชฌาย์เดียวกัน แตกกันด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เข้าไปหาคนหนึ่ง ๆ แล้วกล่าวว่า การแตก กันนี้ไม่สมควรแก่พวกท่านผู้เกิดในตระกูลเช่นนี้ ผู้เป็นพหูสูตอย่างนี้ แล้วทำความสมานกัน. บทว่า อนุปฺปทาตา คือ ส่งเสริมคนที่พร้อม- เพรียงกัน ความว่า เห็นคนสองคนสามัคคีกัน แล้วกล่าวคำมีอาทิว่า เมื่อ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka