วาจาแท้. วาจามีโทษน้อย เพราะผู้ที่พูดหมายถึงมีคุณน้อย มีโทษมาก
เพราะผู้ที่พูดหมายถึงมีคุณมาก.
ผรุสวาจานั้นมีองค์ ๓ คือคนอื่นที่พึงด่า ๑ จิตโกรธ ๑ การด่า ๑.
บทว่า เนลา โทษ ท่านเรียกว่า เอลา. ชื่อว่า เนลา เพราะ
วาจาไม่มีโทษ. ดุจคำว่า เนล ที่ท่านกล่าวไว้ในบทนี้ว่า เนลงฺโค
เสตปจฺฉาโท ราชรถไม่มีโทษคลุมด้วยสีขาว. บทว่า กณฺณสุขา ไพเราะหู
คือวาจาเป็นสุขแก่หู เพราะไพเราะด้วยพยัญชนะ ไม่ทำให้เกิดเสียดแทงหู
ดุจแทงด้วยเข็ม. วาจาชื่อว่า เปมนียา เพราะมิให้เกิดความโกรธแล้ว
ให้เกิดความรักในสกลกาย เพราะไพเราะด้วยอรรถ. วาจาชื่อว่า หทยงฺ-
คมา เพราะหยั่งลงถึงหทัย เข้าไปถึงจิตได้โดยง่ายไม่ติดขัด. วาจาชื่อว่า
โปรี เพราะเป็นถ้อยคำของชาวเมืองบริบูรณ์ด้วยคุณธรรม. เพราะเป็น
ถ้อยคำดีดุจนารีเจริญแล้วในเมือง. เพราะเป็นถ้อยคำของชาวเมือง จริงอยู่
ชาวเมืองย่อมเป็นผู้กล่าวถ้อยคำเหมาะสม กล่าวกะคนปูนพ่อว่า พ่อ คน
ปูนพี่ว่า พี่. วาจา ชื่อว่า พหุชนกนฺตา เพราะถ้อยคำเห็นปานนั้น
ชนหมู่มากพอใจ. ชื่อว่า พหุชนมนาปา เพราะชนหมู่มากชอบใจ ทำ
ความเจริญแก่ใจด้วยความเป็นผู้พอใจ. อกุศลเจตนาอันยังกายประโยค
และวจีประโยคที่จะให้เขารู้ไม่มีประโยชน์ตั้งขึ้น ชื่อว่า สมฺผปฺปลาโป.
สัมผัปปลาปะนั้นมีโทษน้อย เพราะอาเสวนะ (การคบหา การเสพ) น้อย
มีโทษมาก เพราะอาเสวนะมาก.
สัมผัปปลาปะมีองค์ ๒ คือมุ่งกล่าวคำไม่มีประโยชน์ มีเรื่อง
ภารตยุทธ์และเรื่องชิงสีดาเป็นต้น ๑ กล่าวถ้อยคำแบบนั้น ๑.
ชื่อว่า กาลวาที เพราะพูดโดยกาลอันควร. อธิบายว่า พูด