Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 658

เล่ม มมร. 66 หน้า 658 ข้อ 988
นำออกซึ่งมิจฉาทิฏฐิอันวิปริตด้วยสัมมาทิฏฐิ ที่สัมปยุตด้วยมรรคพร้อมกับ วิปัสสนา. แม้ในสัมมาสังกัปปะเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคเจ้า อันท่านพระสารีบุตรสรรเสริญด้วยคาถา ๓ คาถา แล้วทูลถามถึงเสนาสนะ โคจร ศีลและพรต เป็นต้น เพื่อประ- โยชน์แก่ศิษย์ทั้งหลาย ๕๐๐ เพื่อจะทรงประกาศความนั้น จึงเริ่มวิสัชนา โดยนัยมีอาทิว่า วิชิคุจฺฉมานสฺส ของภิกษุผู้เกลียด ดังนี้. ในคาถาเหล่านั้นพึงทราบความแห่ง คาถาต้น ก่อน. ดูก่อนสารี- บุตร เราจะกล่าวซึ่งความผาสุกและธรรมตามสมควรนั้นของภิกษุผู้เกลียด ด้วยชาติเป็นต้น ผู้เสพ ที่นั่ง ที่นอน อันสงัด ผู้ปรารถนาสัมโพธิแก่เธอ ตามที่รู้ คือเรารู้อย่างใดก็จะกล่าวอย่างนั้น. บทว่า ยํ ผาสุวิหารํ คือ ความอยู่เป็นผาสุก. บทว่า อสปฺปาย- รูปทสฺสเนน จากการเห็นรูปไม่เป็นที่สบาย คือเห็นรูปไม่เป็นที่สบายของ สมณะมีรูปสตรีเป็นต้น. บทว่า ตํ สมฺโพธึ พุชฺณิตุกามสฺส ปรารถนา เพื่อจะตรัสรู้สัมโพธินั้น คือปรารถนาเพื่อจะตรัสรู้สัมโพธิ อันได้แก่ มรรคญาณ ๔ นั้น. บทว่า อนุพุชฺฌิตุกามสฺส ปรารถนาจะตรัสรู้ตาม คือ ปรารถนาจะตรัสรู้ด้วยการปฏิบัติตามสมควร. บทว่า ปฏิวิชฺฌิตุกามสฺส ปรารถนาจะตรัสรู้เฉพาะ คือปรารถนาจะแทงตลอดทำไว้ในที่เฉพาะหน้า. บทว่า สมฺพุชฺฌิตุกามสฺส ปรารถนาจะตรัสรู้พร้อม คือปรารถนาจะ ตรัสรู้ชอบด้วยการไม่ให้กิเลสที่ละได้แล้วกลับมา. บทว่า อธิคนฺตุกามสฺส คือ ปรารถนาจะบรรลุ. บทว่า สจฺฉิกาตุกามสฺส ปรารถนาจะทำให้แจ้ง คือปรารถนาจะบรรลุด้วยการได้เฉพาะและการทำให้แจ้ง. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า พุชฺฌิตุกามสฺส ได้แก่ ปรารถนาจะรู้โสดาปัตติมรรคญาณ. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka