ร้อน. บทว่า โส เตหิ ผุฏฺโ พหุธา คือ ภิกษุนั้นอันผัสสะเหล่านั้นมี
โรคเป็นต้น กระทบแล้วโดยอาการไม่น้อย. บทว่า อโนโก เป็นผู้ไม่เปิด
โอกาส คือไม่ให้โอกาสแก่วิญญาณอันสหรคตด้วยอภิสังขารเป็นต้น. บทว่า
อพฺภนฺตรธาตุสงฺโกปวเสน วา ความหนาวย่อมมีด้วยสามารถแห่งอาโป-
ธาตุภายในร่างกายกำเริบ คือด้วยสามารถแห่งอาโปธาตุภายในกำเริบ หรือ
ด้วยสามารถแห่งธาตุอย่างใดอย่างหนึ่งกำเริบ. บทว่า อุณฺหํ ความร้อน
คือความร้อนย่อมเกิดด้วยสามารถแห่งเตโชธาตุภายในร่างกายกำเริบ.
บทว่า อภิสงฺขารสหคตวิญฺาณสฺส วิญญาณอันสหรคตด้วยอภิสังขาร
คือจิตที่สัมปยุตด้วยกุศลเจตนาและอกุศลเจตนา. บทว่า โอกาสํ น กโรติ
ไม่เปิดโอกาส คือไม่เปิดช่องที่อาศัย. บทว่า อรฏฺิตสมาทาโน พึง
เป็นผู้สมาทานมั่น คือหยั่งลงยึดไว้.
พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแก้ความที่พระสารีบุตรถามด้วยคาถา ๓
คาถามีอาทิว่า เมื่อภิกษุเกลียดอยู่อย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงแก้ปัญหาที่พระ-
สารีบุตรถามโดยนัยมีอาทิว่า ภิกษุพึงเป็นผู้มีคลองแห่งถ้อยคำอย่างไร จึง
ตรัสคำมีอาทิว่า ภิกษุไม่พึงทำการขโมย ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า ผสฺเส คือ พึงแผ่. บทว่า ยทาวิลตฺตํ
มนโส วิชญฺา ความว่า ภิกษุพึงรู้ความขุ่นใจ พึงบรรเทาเสียซึ่งความ
ขุ่นใจนั้นทั้งหมด ด้วยมนสิการว่า นี่เป็นฝักฝ่ายแห่งมารผู้มีกรรมดำ.
พึงทราบวินิจฉัยในบทนี้ว่า อทินฺนาทานํ ปหาย ภิกษุละอทินนา-
ทานเสีย ดังต่อไปนี้ การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้ชื่อว่า อทินนาทาน.
การนำไปมีคำอธิบายว่า การขโมยของคนอื่นท่านกล่าวว่า เป็นโจร. ใน
บทเหล่านั้น บทว่า อทินฺนํ คือ ของที่คนอื่นหวงแหน. คนอื่นถึงความเป็น