อนุทฺทายิตตฺตํ. การแสวงหาประโยชน์ด้วยอำนาจแห่งการหาประโยชน์
เกื้อกูล. ความอนุเคราะห์ด้วยอำนาจแห่งความช่วยเหลือ. ด้วยบทแม้ทั้ง
หมดเหล่านี้ท่านกล่าวว่า เมตตา อันถึงอุปจาร (ใกล้เคียง) และอัปปนา
(แนบแน่น). พึงเห็นความที่เมตตาไพบูลย์ด้วยการแผ่ไปในบทนี้ว่า วิปุเลน
ด้วยความไพบูลย์. จิตนั้นถึงความเป็นใหญ่ด้วยอำนาจภูมิ. ไม่มีประมาณ
ด้วยอำนาจความคล่องแคล่ว. อนึ่ง ไม่มีประมาณด้วยอำนาจสัตตารมณ์
(มีสัตว์เป็นอารมณ์) ไม่มีเวรด้วยการละข้าศึกคือพยาบาท ชื่อว่าไม่มี
พยาบาทเพราะละโทมนัส. อธิบายว่า ไม่มีทุกข์. บทว่า อาวิลํ ขุ่นมัว
คือไม่ผ่องใส. บทว่า ลุลิตํ เศร้าหมอง คือเป็นกลละ (เปือกตม).
บทว่า เอริตํ ยุ่ง คือไม่ตกลง. บทว่า ฆฏฺฏิตํ วุ่น คือถึงความกระทบ
ด้วยอารมณ์. บทว่า จลิตํ หวั่นไหว คือสั่นสะเทือน. บทว่า ภนฺตํ
หมุนไป คือละหน้าที่. บทว่า อวูปสนฺตํ ไม่สงบ คือไม่ดับ.
พึงทราบวินิจฉัยบททั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า โย โส มาโร ดังนี้
ต่อไป. ชื่อว่า มาร เพราะชักชวนมหาชนให้ประกอบความฉิบหายแล้ว
ฆ่า. ชื่อว่า กณฺห เพราะมีกรรมดำ. ชื่อว่า อธิปติ เพราะเป็นใหญ่
ในกามาวจร. ชื่อว่า อนฺตคู เพราะให้สัตว์ถึงความตาย. ชื่อว่า นมุจิ
เพราะไม่ให้สัตว์พ้นไปได้. ชื่อว่า มารพฬิสํ เพราะเป็นเบ็ดมาร. ชื่อว่า
มารามิสํ เพราะเป็นเหยื่อมารโดยอาศัยวัฏฏะ. ชื่อว่า มารนิสโย เพราะ
เป็นวิสัยแห่งมารโดยให้อยู่ในอำนาจ. ชื่อว่า มารนิวาโป เพราะเป็น
เหยื่อของมารโดยเป็นอารมณ์. ชื่อว่า มารโคจโร เพราะเป็นอารมณ์ของ
มารโดยเที่ยวไปสู่กาม. ชื่อว่า มารพนฺธนํ เพราะเป็นเครื่องผูกของมาร
โดยแก้ออกได้ยาก. ชื่อว่า ทุกฺขพนฺธโน เพราะทำให้เกิดทุกข์.