Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 670

เล่ม มมร. 66 หน้า 670 ข้อ 988
ตั้งความเพียรโดยแยบคายได้. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรง อนุญาตว่า ภิกษุพึงใช้จีวรเพื่อกำจัดความหนาวดังนี้. ในบททั้งปวงก็มี นัยนี้. เพราะในบทนี้มีอย่างเดียว. บทว่า อุณฺหสฺส ความร้อน คือ ความร้อนของไฟ. ความร้อนของไฟนั้นพึงทราบว่า เกิดขึ้นในเพราะ ไฟไหม้ป่าเป็นต้น. อนึ่ง พึงทราบความในบทนี้ว่า ฑํสมกสวาตาตปสิรึสปสมฺผสฺสานํ สัมผัส เหลือบ ยุง ลม แดด สัตว์เลื้อยคลานต่อไป. บทว่า ฑํส คือ เหลือบ. ท่านเรียกว่า อนฺธมกฺขิกา บ้าง. บทว่า มกส คือยุง นั่นเอง. บทว่า วาต คือ ลมเกิดแต่เสียงและเกิดแต่การหมุนของวงล้อ. บทว่า อาตโป คือ ความร้อนจากดวงอาทิตย์. บทว่า สิรึสป คือ ทีฆชาติ ประเภทใดประเภทหนึ่ง มีงูเป็นต้น เลื้อยคลานไป. สัมผัสเหล่านั้น สัมผัส สองอย่าง คือทัฏฐสัมผัส (ถูกกัด) ๑ ผุฏฐสัมผัส (ถูกต้อง) ๑. สัมผัสแม้นั้น ย่อมไม่เบียดเบียนภิกษุผู้นั่งห่มจีวร. เพราะฉะนั้น ภิกษุใช้จีวรเพื่อกำจัด สัมผัสเหล่านั้น ในฐานะเช่นนั้น. จะกล่าวถึงบทว่า ยาวเทว อีก คือ เพื่อแสดงกำหนดเขตของประโยชน์ที่แน่นอน. เพราะประโยชน์ที่แน่นอน คือการปกปิดอวัยวะที่ยังความละอายให้กำเริบ. นอกนี้ย่อมเป็นบางครั้ง บางคราว. ในบทเหล่านั้น บทว่า หิริโกปินํ ยังหิริให้กำเริบ คืออวัยวะ นั้นๆ เป็นที่คับแคบ. เพราะเมื่ออวัยวะใด ๆ เปิด หิริย่อมกำเริบคือเสียหาย ท่านจึงเรียกอวัยวะนั้น ๆ ว่า หิริโกปิน เพราะยังหิริให้กำเริบ ชื่อว่า หิริโกปินปฏิจฺฉาทนตฺถํ เพราะปกปิดอวัยวะอันจะยังหิริให้กำเริบนั้น. ปาฐะว่า หิริโกปินํ ปฏิจฺฉาทนฺตฺถํ บ้าง ความอย่างเดียวกัน. บทว่า ปิณฺฑปาตํ คือ อาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง. จริงอยู่ ท่าน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka