Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 677

เล่ม มมร. 66 หน้า 677 ข้อ 988
พึงทราบความในบทมีอาทิว่า อุปฺปนฺนญฺจ ปมชฺฌานํ อาเสวติ เสพปฐมฌานที่เกิดขึ้นแล้วต่อไป ในบทนี้มีความว่า เสพโดยเอื้อเฟื้อ กระทำให้คล่องแคล่ว ทำให้เกิด ทำให้เจริญ ทำให้มาก ทำบ่อย ๆ. บทว่า อุเปกฺขา ความเพิกเฉย คือตัตรมัชฌัตตุเบกขาอันเกิดขึ้นในจตุตถ- ฌาน. บทว่า อุเปกฺขา เป็นบทแสดงสภาวะ. บทว่า อุเปกฺขนา กิริยาที่เพิกเฉย คืออาการเห็นแต่การเข้าถึง. บทว่า อชฺฌุเปกฺขนา กิริยาเพิกเฉยยิ่ง คือเห็นเป็นอย่างยิ่ง. บทว่า จิตฺตสมตา ความที่จิตสงบ คือความที่จิตเสมอเว้นความหย่อนและความ มากเกินไป. บทว่า จิตฺตปสฺสทฺธตา ความที่จิตระงับ อธิบายว่า ความ ที่จิตไม่คะนอง จิตไม่กระด้าง. บทว่า มชฺฌตฺตตา จิตฺตสฺส ความที่จิต เป็นกลาง อธิบายว่า ความที่จิตไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคล เป็นกลาง. ว่า จตุตฺเถ ฌาเน อุเปกฺขํ อารพฺภ ปรารภอุเบกขาในจตุตถฌาน คืออาศัย ตัตรมัขฌัตตุเบกขา อันเกิดขึ้นในจตุตถฌาน. บทว่า เอกคฺคจิตฺโต คือเป็นผู้มีจิตเป็นไปแล้วในอารมณ์เป็นหนึ่ง. บทว่า อวิกฺขิตฺตจิตฺโต คือ เป็นผู้มีจิตไม่ฟุ้งซ่านเว้นจากอุทธัจจะ วิตก ๙ มีนัยดังกล่าวแล้ว. บทว่า กามวิตกฺกานํ กามสญฺาสโย กามสัญญาเป็นที่อาศัยอยู่แห่งกามวิตก. อธิบายว่า กามสัญญาอันเกิดขึ้นแก่ผู้ตรึกอยู่ด้วยกามวิตก เป็นที่อาศัย เป็น โอกาสที่อยู่ของวิตกเหล่านั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า กามสญฺาสโย. แม้ในพยาปาทวิตกเป็นต้นก็มีนัยนี้เหมือนกัน. บทว่า จุทิโต วจีภิ สติมาภินนฺเท ภิกษุถูกติเตียนด้วยวาจา พึง เป็นผู้มีสติชอบใจ คือภิกษุถูกติเตียนด้วยวาจา พึงเป็นผู้มีสติ ยินดีคำ ตักเตือนนั้น. บทว่า วาจํ ปมุญฺเจ กุสลํ พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล คือเปล่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka