Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 66 หน้าที่ 685

เล่ม มมร. 66 หน้า 685 ข้อ 988
โดยอุบายนั้นนั่นแล คือ โดยอุบายดังที่กล่าวแล้วนั้นนั่นแล. ม อักษร ท่านกล่าวด้วยบทสนธิ. บทว่า อชฺฌุเปกฺเขยฺย ตาวเท พึงวางเฉยใน กาลนั้น คือ ในกาลใด จิตนั้นตั้งมั่นด้วยอุปจารและอัปปนา ในกาลนั้น ชื่อว่า จิตตั้งมั่นแล้ว เพราะเหตุนั้น โยคีรู้แล้วไม่พึงทำความขวนขวาย ในการประคอง การข่ม การให้ร่าเริง ควรกระทำการวางเฉยอย่างเดียว ในขณะนั้น. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงย่อคาถาที่พระองค์ตรัสถามว่า กิมฺหิ กาลมฺหิ ปคฺคาโห ความประคองจิตควรมีในกาลไหน จึงตรัส พระดำรัส มีอาทิว่า เอวํ กาลวิทู ธีโร ธีรชนผู้รู้แจ้งกาลอย่างนี้ ดังนี้. บทว่า กาเลน กาลํ จิติตสฺส นิมิตฺตมุปลกฺขเย พึงกำหนด อารมณ์อันเป็นนิมิตของจิตตลอดกาลตามกาล ความว่า พึงกำหนด เข้า ไปกำหนดอารมณ์ของจิตอันสัมปยุตด้วยสมาธิตามกาลอันสมควร. บทที่ เหลือในที่ทั้งปวงชัดดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจบเทศนาลงด้วยธรรม เป็นยอด คือพระอรหัตด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาสารีปุตตนิเทสที่ ๑๖ จบอรรถกถาอัฏฐกวรรคในมหานิทเทส อรรถกถามหานิทเทส จบบริบูรณ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka