Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 6

เล่ม มมร. 67 หน้า 6 ข้อ 31 32 33 34 35 36 37
เครื่องกั้น เมื่อท่านทั้งหลายถามปัญหาด้วยใจแล้ว ก็จัก แก้ด้วยวาจา. [๓๑] พราหมณ์ ๑๖ คนผู้เป็นศิษย์ คือ อชิตพราหมณ์ ติสสเมตเตยยพราหมณ์ ปุณณกพราหมณ์ เมตตคู- พราหมณ์. [๓๒] โธตกพราหมณ์ อุปสีวพราหมณ์ นัททพราหมณ์ เหมกพราหมณ์ โตเทยยพราหมณ์. กัปปพราหมณ์ ชตุกัณณีพราหมณ์ ผู้เป็นบัณฑิต. [๓๓] ภัทราวุธพราหมณ์ อุทยพรามณ์ โปสาลพราหมณ์ โมฆราชพราหมณ์ผู้เป็นนักปราชญ์ ปิงคิยพราหมณ์ผู้ แสวงหาคุณใหญ่ ได้ฟังวาจาของพาวรีพราหมณ์แล้ว. [๓๔] ทั้งหมดนั้น เฉพาะคนหนึ่ง ๆ เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะ ปรากฏแก่โลกทั้งปวง เป็นผู้เจริญฌาน ยินดีในฌาน เป็นธีรชนผู้มีจิตอบรมด้วยวาสนาในกาลก่อน. [๓๕] พราหมณ์ผู้เป็นศิษย์ทุกคน ทรงชฎาและหนังเสือ อภิวาทพาวรีพราหมณ์และกระทำประทักษิณแล้ว มุ่งหน้า เดินไปทางทิศอุดร. [๓๖] สู่สถานเป็นที่ตั้งแห่งแว่นแคว้นมุฬกะ เมืองมาหิสสติ ในกาลนั้น เมืองอุชเชนี เมืองโคนัทธะ เมืองเวทิสะ เมืองวนสวหยะ. [๓๗] เมืองโกสัมพี เมืองสาเกต เมืองสาวัตถี เป็นเมือง อุดม เมืองเสตัพยะ เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองกุสินารา.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka