Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 20

เล่ม มมร. 67 หน้า 20 ข้อ 74 75 76
[๗๔] คำว่า กระแสทั้งหลายอันอะไรย่อมปิดกั้นได้ ความว่า กระแสทั้งหลายอันอะไรย่อมปิดบังได้ คือ ย่อมตัดขาด ย่อมไม่ไหล ย่อมไม่หลั่ง ย่อมไม่เลื่อน ย่อมไม่เป็นไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กระแส ทั้งหลายอันอะไรย่อมปิดได้. เพราะเหตุนั้น พราหมณ์นั้นจึงกล่าวว่า (อชิตมาณพทูลถามว่า) กระแสทั้งหลายย่อมไหลไปในอายตนะทั้งปวง อะไร เป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย ขอพระองค์จงตรัสบอก ธรรมเป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย กระแสทั้งหลายอัน อะไรย่อมปิดกั้นได้. [๗๕] (พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอบว่า ดูก่อนอชิตะ) กระแส เหล่าใดในโลก สติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่านั้น เรา กล่าวธรรมเป็นเครื่องกั้นกระแสทั้งหลาย กระแสเหล่านี้ อันปัญญาย่อมปิดกั้นได้. [๗๖] คำว่า กระแสเหล่าใดในโลก ความว่า กระแสเหล่านี้ใด เราบอกแล้ว เล่าแล้ว แสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แต่งตั้งแล้ว เปิดเผยแล้ว จำแนกแล้ว ทำให้ตื้นแล้ว ประกาศแล้ว คือ กระแสตัณหา กระแส ทิฏฐิ กระแสกิเลส กระแสทุจริต กระแสอวิชชา. บทว่า ในโลก คือ ในอบายโลก มนุษยโลก เทวโลก ขันธโลก ธาตุโลก อายตนโลก เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กระแสเหล่าใดในโลก พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส เรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า อชิตะ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka