อันมาก ในโลกนี้ เหล่านั้น หวังความเป็นอย่างนี้
อาศัยชรา จึงพากันแสวงหายัญแก่เทวดาทั้งหลาย.
[๑๒๔] คำว่า เยเกจิเม ในอุเทศว่า "เยเกจิเม อิสโย มนุชา"
ดังนี้ ความว่า ทั้งหมด โดยกำหนดทั้งหมด ทั้งหมดโดยประการทั้งหมด
ไม่เหลือ ไม่มีส่วนเหลือ. คำว่า เยเกจิเม นี้เป็นเครื่องกล่าวรวมหมด.
บุคคลพวกใดพวกหนึ่ง มีชื่อว่า ฤๅษี คือ พวกที่บวชเป็นฤๅษี อาชีวก
นิครนถ์ ชฎิล ดาบส ชื่อว่า ฤๅษี. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกมนุษย์
ว่า มนุชา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ฤๅษี มนุษย์. . . เหล่าใดเหล่าหนึ่ง
นี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า ปุณณกะ. พระ-
นามว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯ ล ฯ พระนามว่า ภควา
นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
ดูก่อนปุณณกะ.
[๑๒๕] ผู้ที่เกิดเป็นชาติกษัตริย์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ชื่อว่า กษัตริย์
ในอุเทศว่า "ขตฺติยา พฺราหฺมณา เทวตานํ."
ผู้ที่ยกย่องสรรเสริญกันว่ามีวาทะเจริญเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ชื่อว่า
พราหมณ์. คำว่า เทวตานํ ความว่า อาชีวกเป็นเทวดาของพวกอาชีวก
สาวก ฯ ล ฯ ทิศทั้งหลายเป็นเทวดาของพวกประพฤติทิศาพรต พระ-
ทักขิไณยบุคคลผู้สมควรแก่ไทยธรรมของชนเหล่าใด ก็เป็นเทวดาของชน
เหล่านั้น เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กษัตริย์ พราหมณ์. . . แก่เทวดา
ทั้งหลาย.
[๑๒๖] ไทยธรรม คือ จีวร . . . เครื่องประทีป ท่านเรียกว่า ยัญ
ในอุเทศว่า ยญฺมกปฺปึสุ ปุถูธ โลเก. แสวงหาแล้วซึ่งยัญ ความว่า