Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 139

เล่ม มมร. 67 หน้า 139 ข้อ 197 198
ขาดแล้ว สงบแล้ว ระงับแล้ว ทำไม่ให้อาจเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟ คือญาณ ผู้นั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล. โดยอุทานว่า กาม กามมี ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑ ฯ ล ฯ เหล่านี้ตรัสว่า วัตถุกาม ฯ ล ฯ เหล่านี้ตรัสว่า กิเลสกาม. ชื่อว่า ภพ คือ ภพ ๒ อย่าง คือ กรรมภพ ๑ ภพใหม่อันมีใน ปฏิสนธิ ๑ ฯ ล ฯ นี้ชื่อว่า ภพใหม่อันมีในปฏิสนธิ. คำว่า อกิญฺจรนํ กามภเว อสตฺตํ ความว่า ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ไม่ข้องเกี่ยว คือ ไม่ข้องแวะ ไม่เกาะเกี่ยว ไม่พัวพัน ในกามภพ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ไม่มีกิเลสเครื่องกังวล ไม่ข้องเกี่ยวในกามภพ. [๑๙๗] คำว่า อทฺธา ในอุเทศว่า อทฺธา หิ โส โอฆมิมํ อตาริ ดังนี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยส่วนเดียว ฯ ล ฯ. คำว่า อทฺธา นี้เป็นเครื่อง กล่าวแน่แท้. คําว่า โอฆํ คือ กามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิโอฆะ อวิชชา- โอฆะ. คำว่า อตาริ ความว่า ข้ามแล้ว คือ ข้ามขึ้นแล้ว ข้ามพ้นแล้ว ก้าวล่วงแล้ว เป็นไปล่วงแล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้นั้นได้ข้ามแล้ว ซึ่งโอฆะนี้โดยแท้. [๑๙๘] คำว่า ติณฺโณ ในอุเทศว่า " ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโข " ดังนี้ ความว่า ผู้นั้นข้ามได้แล้ว คือ ข้ามขึ้น ข้ามพ้น ล่วงพ้น แล้ว เป็นไปล่วงแล้ว ซึ่งกามโอฆะ ภวโอฆะ ทิฏฐิโอฆะ อวิชชาโอฆะ มีความอยู่จบแล้ว มีจรณะอันประพฤติแล้ว มีทางไกลอันถึงแล้ว มีทิศ อันถึงแล้ว มีที่สุดอันถึงแล้ว มีพรหมจรรย์อันรักษาแล้ว ถึงแล้วซึ่งทิฏฐิ อันอุดม มีมรรคอันเจริญแล้ว มีกิเลสอันละแล้ว มีอกุปปธรรมอันแทง ตลอดแล้ว มีนิโรธอันทำให้แจ้งแล้ว ผู้นั้นกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka