Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 150

เล่ม มมร. 67 หน้า 150 ข้อ 202
ทั้งหมด เข้าไปตามชาติ. บทว่า ชราย สนุสฏํ ชราก็ติดตาม คือถูกชรา ครอบงำ. บทว่า พฺยาธินา อภิภูตํ พยาธิก็ครอบงำ คือถูกพยาธิทุกข์ ย่ำยี. บทว่า มรเณน อพฺภาหตํ คือ ถูกมรณะเบียดเบียน. บทว่า อตาณํ ไม่มีอะไรต้านทาน คือไม่มีอะไรต้านทาน เพราะบุตรเป็นต้นก็ต้านทาน ไม่ได้ ไม่มีการรักษา ไม่ได้รับความปลอดภัย. บทว่า อเลณํ ไม่มี อะไรเป็นที่เร้น คือไม่อาจหลีกเร้นอาศัยอยู่ คือทำกิจเป็นที่หลีกเร้นไม่ได้. บทว่า อสรณํ ไม่มีอะไรเป็นสรณะ คือผู้อาศัยจะนำภัยออกไปก็ไม่ได้ จะ ทำภัยให้พินาศไปก็ไม่ได้. บทว่า อสรณีภูตํ ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่ง คือ ไม่มีที่พึ่ง เพราะความไม่มีของตนแต่การเกิดในกาลก่อน อธิบายว่า ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งตลอดกาลที่เกิดนั่นเอง. ศัพท์ว่า อ ในบทว่า อปุจฺฉสิ นี้ เป็นนิบาต ลงในอรรถว่า ทำ บทให้เต็ม แปลว่า ย่อมถามเท่านั้น. บทว่า ปวกฺขามิ ยถา ปชานํ เราจะบอกตามที่เรารู้ คือเรารู้อย่างใดก็จักบอกอย่างนั้น. บทว่า อุปธิ- นิทานา ปภวนฺติ ทุกฺขา ทุกข์ทั้งหลายมีอุปธิเป็นเหตุย่อมเกิดขึ้น คือทุกข์ พิเศษ มีชาติทุกข์เป็นต้น มีอุปธิคือตัณหาเป็นต้นเป็นเหตุย่อมเกิดขึ้น. บทว่า ตณฺหูปธิ ความว่า ตัณหานั้นแล ชื่อว่า ตัณหูปธิ. สัสสตทิฏฐิและ อุจเฉททิฏฐินั่นแล ชื่อว่า ทิฏฐูปธิ. กิเลสมีราคะเป็นต้นนั้นแล ชื่อว่า กิเลสูปธิ. กรรมมีบุญเป็นต้นนั่นแล ชื่อว่า กัมมูปธิ. ทุจริต ๓ อย่างนั่นแล ชื่อว่า ทุจจริตูปธิ. อาหารมีกพฬีการาหารเป็นต้นนั่นแล ชื่อว่า อาหารูปธิ. โทสะและปฏิฆะนั่นแล ชื่อว่า ปฏิฆูปธิ. ธาตุ ๔ มีปฐวีธาตุเป็นต้นที่กรรม ถือเอา มีกรรมเป็นสมุฏฐานนั่นแล ชื่อว่า อุปธิคืออุปาทินนธาตุ ๔. อายตนะภายใน ๖ มีจักขวายตนะเป็นต้นนั่นแล ชื่อว่า อายตนูปธิ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka