ฉะนั้น จึงชื่อว่า เราย่อมไม่กล่าวว่า สมณพราหมณ์ทั้งหมดเป็นผู้อันชาติ
และชราหุ้มห่อไว้แล้ว.
[๓๑๕] คำว่า นรชนเหล่าใดละแล้วซึ่งรูปที่ได้เห็น เสียงที่
ได้ยิน อารมณ์ที่ได้ทราบ ศีลและวัตรทั้งปวง ความว่า นรชนเหล่าใด
ละแล้ว คือ สละแล้ว บรรเทาแล้ว ทำให้สิ้นสุดแล้ว ให้ถึงความไม่มี
แล้ว ซึ่งความหมดจดด้วยการเห็นทั้งปวง . . . ซึ่งความหมดจดด้วยการฟัง
ทั้งปวง . . . ซึ่งความหมดจดทั้งด้วยการเห็นและการฟังทั้งปวง . . . ซึ่งความ
หมดจดด้วยการได้ทราบทั้งปวง . . . ซึ่งความหมดจดด้วยศีลทั้งปวง . . .
ซึ่งความหมดจดด้วยวัตรทั้งปวง . . . ซึ่งความหมดจดทั้งด้วยศีลและวัตร
ทั้งปวง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า นรชนเหล่าใดละแล้วซึ่งรูปที่ได้เห็น
เสียงที่ได้ยิน อารมณ์ที่ได้ทราบ หรือแม้ศีลและวัตรทั้งปวง.
[๓๑๖] คำว่า ทั้งละแล้วซึ่งมงคลหลายชนิดทั้งปวง ความว่า
ละแล้ว คือ ละขาดแล้ว บรรเทาแล้ว ทำให้สิ้นสุดแล้ว ให้ถึงความ
ไม่มีแล้ว ซึ่งความหมดจด คือ ความหมดจดวิเศษ ความบริสุทธิ์ ความ
พ้น ความพ้นวิเศษ ความพ้นรอบ ด้วยมงคลคือวัตรและความตื่นข่าว
มากอย่าง เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทั้งละแล้วซึ่งมงคลหลายชนิดทั้งปวง.
[๓๑๗] คำว่า ตณฺหํ ในอุเทศว่า ตณฺหํ ปริญฺาย อนาสวา
เย เต เว นรา โอฆติณฺณาติ พฺรูมิ ดังนี้ ได้แก่ รูปตัณหา สัททตัณหา
คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา.
คำว่า กำหนดรู้แล้ว ความว่า กำหนดรู้แล้วซึ่งตัณหาด้วยปริญญา
๓ คือ ญาตปริญญา ตีรณปริญญา ปหานปริญญา.