พร้อมด้วยเวลาจบพระคาถา ฯ ล ฯ นั่งประนมมืออัญชลีนมัสการ
พระผู้มีพระภาคเจ้าประกาศว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้า
เป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เป็นสาวก ดังนี้.
จบนันทมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๗
อรรถกถานันทมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๗
พึงทราบวินิจฉัยในนันทสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
พึงทราบความคาถาต้นต่อไป ชนทั้งหลายมีกษัตริย์เป็นต้นในโลก
ย่อมกล่าวกันว่า มุนีทั้งหลายมีอยู่ในโลก หมายถึงอาชีวกและนิครนถ์
เป็นต้น ข้อนี้เป็นอย่างไร ชนทั้งหลายย่อมกล่าวผู้ประกอบด้วยญาณว่า
เป็นมุนี เพราะเป็นผู้ประกอบด้วยญาณ หรือย่อมกล่าวถึงบุคคลผู้ประกอบ
ด้วยความเป็นอยู่ กล่าวคือมีความเป็นอยู่เศร้าหมองมีประการต่าง ๆ ว่า
เป็นมุนี.
พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไปดังนี้.
บทว่า อฏฺสมาปตฺติาเณน วา คือ ด้วยญาณอันสัมปยุตด้วย
สมาบัติ ๘ มีปฐมฌานเป็นต้น. บทว่า ปญฺจาภิญฺาาเณน วา ด้วย
ญาณในอภิญญา ๕ คือ หรือด้วยญาณ คือการรู้ขันธปัญจกที่อาศัยอยู่ใน
ชาติก่อนเป็นต้น.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงห้ามแม้ทั้งสองอย่างของ
นันทมาณพนั้น เมื่อจะทรงแสดงความเป็นมุนี จึงตรัสคาถาว่า น ทิฏฺิยา