[๓๒๖] คำว่า ในกาลอื่นแต่ศาสนาของพระโคดม ความว่า ใน
กาลอื่นแต่ศาสนาของพระโคดม คือ อื่นแต่ศาสนาของพระโคดม ก่อน
กว่าศาสนาของพระโคดม กว่าศาสนาของพระพุทธเจ้า กว่าศาสนาของ
พระชินเจ้า กว่าศาสนาของพระตถาคต กว่าศาสนาของพระอรหันต์
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ในกาลอื่นแต่ศาสนาของพระโคดม.
[๓๒๗] คำว่า เรื่องนี้มีแล้วดังนี้ เรื่องนี้จักมีดังนี้ ความว่า ได้
ยินว่า เรื่องนี้มีแล้วอย่างนี้ ได้ยินว่า เรื่องนี้จักมีอย่างนี้ เพราะฉะนั้น
จึงชื่อว่า เรื่องนี้มีแล้วดังนี้ เรื่องนี้จักมีดังนี้.
[๓๒๘] คำว่า คำทั้งหมดนั้นเป็นคำกล่าวสืบ ๆ กันมา ความว่า
คำทั้งปวงนั้นเป็นคำกล่าวสืบ ๆ กันมา คือ อาจารย์เหล่านั้น กล่าวธรรม
อันไม่ประจักษ์แก่ตน ที่ตนมิได้รู้เฉพาะเอง โดยบอกตามที่ได้ยินกันมา
บอกตามลำดับสืบ ๆ กันมา โดยอ้างตำรา โดยเหตุที่นึกเดาเอาเอง โดย
เหตุที่คาดคะเนเอาเอง ด้วยความตรึกตามอาการ ด้วยความชอบใจว่าต้อง
กับลัทธิของตน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า คำทั้งหมดนั้นเป็นคำกล่าวสืบ ๆ
กันมา.
[๓๒๙] คำว่า คำทั้งหมดนั้นเป็นเครื่องยังความตรึกให้เจริญ
ความว่า คำทั้งปวงนั้นเป็นเครื่องยังความตรึกให้เจริญ คือ เป็นเครื่องยัง
วิตกให้เจริญ เป็นเครื่องยังความดำริให้เจริญ เป็นเครื่องยังกามวิตก
พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตกให้เจริญ เป็นเครื่องยังความตรึกถึงญาติให้เจริญ
เป็นเครื่องยังความตรึกถึงชนบทให้เจริญ เป็นเครื่องยังความตรึกถึงเทวดา
ให้เจริญ เป็นเครื่องยังวิตกอันปฏิสังยุตด้วยความเอ็นดูผู้อื่นให้เจริญ เป็น
เครื่องยังวิตกอันปฏิสังยุตด้วยลาภสักการะ และความสรรเสริญให้เจริญ