Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 270

เล่ม มมร. 67 หน้า 270 ข้อ 388 389
ชตุกัณณีมาณวกปัญหานิทเทส ว่าด้วยปัญหาของท่านชตุกัณณี [๓๘๘] (ท่านชตุกัณณีทูลถามว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ได้ฟังแล้วว่า พระองค์ไม่มีความใคร่กาม ล่วงพ้นห้วงกิเลส จึงมาเพื่อ จะทูลถามพระองค์ผู้ไม่มีกาม ข้าแต่พระองค์ผู้มีญาณดัง ดวงตาอันเกิดพร้อมกับความตรัสรู้ ขอพระองค์จงตรัส บอกสันติบท ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์จง ตรัสบอกธรรมอันแท้จริงนั้นแก่ข้าพระองค์. [๓๘๙] คำว่า ข้าแต่พระองค์ผู้แกล้วกล้า ข้าพระองค์ได้ฟังแล้วว่า พระองค์ไม่มีความใคร่กาม ความว่า ข้าพระองค์ได้ยิน ได้ฟัง ศึกษา ทรงจำ เข้าไป กำหนดว่า แม้เพราะเหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ นั้นเป็นพระอรหันต์ ฯ ล ฯ เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกธรรม เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกล้า เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วีระ. ทรงมี ความเพียร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วีระ. ทรงองอาจ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วีระ. ให้ผู้อื่นมีความเพียร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า วีระ. ผู้สามารถ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า วีระ. ผู้แกล้วกล้า ผู้ก้าวหน้า ผู้ไม่ขลาด ผู้ไม่หวาดเสียว ผู้ไม่สะดุ้ง ผู้ไม่หนี ละความกลัวความขลาดแล้ว ปราศจากความเป็น ผู้ขนลุกขนพอง เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงเป็นผู้แกล้วกล้า.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka