Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 284

เล่ม มมร. 67 หน้า 284 ข้อ 412
เพียร ๑ สัทธรรม ๗ รูปาวจรฌาน ๔ ชื่อว่า จรณะ. เพราะพระอริย- สาวกย่อมเที่ยวไปสู่ทิศอันเป็นอมตะด้วยธรรม ๑๕ อย่างเหล่านี้ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า จรณะ. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อน มหานาม อริยสาวกในศาสนานี้เป็นผู้มีศีล. บททั้งปวงพึงทราบโดยนัย ที่กล่าวแล้วในมัชฌิมปัณณาสก์. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกอบด้วย วิชชาทั้งหลายเหล่านี้ และด้วยจรณะนี้ ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกว่า วิชฺชาจรณ- สมฺปนฺโน. ในบทนั้น การถึงพร้อมด้วยวิชชา ยังพระสัพพัญญุตญาณ ของพระผู้มีพระภาคเจ้าให้บริบูรณ์ดำรงอยู่. การถึงพร้อมด้วยจรณะ ยัง ความเป็นผู้มีพระมหากรุณาให้บริบูรณ์ดำรงอยู่. พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์นั้น ทรงทราบถึงประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ของสรรพสัตว์ เพราะพระสัพพัญญุตญาณ ทรงเว้นสิ่งไม่เป็นประโยชน์ ประกอบสิ่งที่ เป็นประโยชน์ เพราะพระองค์มีพระมหากรุณา สมกับที่พระองค์เป็น วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน. ด้วยเหตุนั้น สาวกของพระองค์เป็นผู้ปฏิบัติชอบ มิใช่ปฏิบัติไม่ชอบ ดุจสาวกของผู้ปฏิบัติผิดในวิชชาและจรณะมีการทำตน ให้เร่าร้อนเป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สุคโต เสด็จไปดีแล้ว เพราะเสด็จ ไปงาม เสด็จไปสู่ฐานะอันดี เสด็จไปโดยชอบ และเพราะตรัสชอบ. จริงอยู่ แม้การไปก็เรียกว่า คตํ ไปแล้ว. การเสด็จไปของพระผู้มีพระ- ภาคเจ้านั้น งามบริสุทธิ์ไม่มีโทษ. ก็นั่นเพราะอะไร. เพราะอริยมรรค. ด้วยเหตุที่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เสด็จไปไม่ติดขัดยังทิศอัน เกษมด้วยการเสด็จไป เพราะเหตุนั้น จึงมีพระนามว่า สุคโต เพราะเสด็จ ไปงาม. อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เสด็จไปสู่ฐานะอันดี คือ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka