Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 304

เล่ม มมร. 67 หน้า 304 ข้อ 428 429 430
สัตว์ทั้งหลายย่อมเข้าไปถือรูปาทิขันธ์ใด ๆ ในโลก มาร ย่อมไปตามสัตว์ด้วยอำนาจอภิสังขารคือกรรมนั้นนั่นแล. [๔๒๘] เพราะเหตุนั้น ภิกษุรู้อยู่ เมื่อเห็นซึ่งหมู่สัตว์นี้ ผู้ข้องอยู่ในบ่วงแห่งมัจจุว่า เป็นผู้ติดอยู่ในรูปาทิขันธ์ เครื่องยึดถือ พึงเป็นผู้มีสติไม่เข้าไปยึดถืออะไร ๆ ใน โลกทั้งปวง. [๔๒๙] คำว่า เพราะเหตุนั้น . . . เมื่อรู้อยู่ . . . ไม่พึงเข้าไป ยึดถือ ความว่า เพราะเหตุนั้น คือ เพราะการณะนั้น เพราะเหตุนั้น เพราะปัจจัยนั้น เพราะนิทานนั้น ภิกษุเมื่อเห็นโทษนี้ในตัณหาเครื่อง ยึดถือ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เพราะเหตุนั้น. คำว่า รู้อยู่ คือ รู้ รู้ชัด รู้ทั่ว รู้แจ้ง รู้แจ้งเฉพาะ แทงตลอด เมื่อรู้ รู้ชัด รู้ทั่ว รู้แจ้ง รู้แจ้งเฉพาะ แทงตลอดว่า สังขารทั้งปวง ไม่เที่ยง ฯ ล ฯ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลล้วน มีความดับไปเป็นธรรมดา. คำว่า ไม่พึงเข้าไปยึดถือ คือ ไม่พึงยึดถือ ไม่พึงเข้าไปยึดถือ ไม่พึงถือไว้ ไม่พึงจับต้อง ไม่พึงถือมั่น ซึ่งรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ คติ อุปบัติ ปฏิสนธิ ภพ สงสาร วัฏฏะ เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า เพราะเหตุนั้น . . . เมื่อรู้อยู่ ไม่พึงเข้าไปยึดถือ. [๔๓๐] ภิกษุผู้เป็นกัลยาณปุถุชนก็ดี ภิกษุผู้เป็นพระเสขะก็ดี ชื่อ ว่า ภิกษุ ในอุเทศว่า ภิกฺขุ สโต กิญฺจนํ สพฺพโลเก ดังนี้ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า ภิกษุ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka