ความเป็นขันธ์อันปัจจัยปรุงแต่ง บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความ
เป็นของสูญ โดยอาการ ๑๐ อย่างนี้.
อีกประการหนึ่ง บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลกโดยความเป็นของสูญ
โดยอาการ ๑๒ อย่าง คือ ย่อมพิจารณาเห็นว่า รูปไม่ใช่สัตว์ ๑ ไม่ใช่
ชีวิต ๑ ไม่ใช่บุรุษ๑ ไม่ใช่คน๑ ไม่ใช่มาณพ ๑ ไม่ใช่หญิง ๑ ไม่ใช่
ชาย ๑ ไม่ใช่ตน ๑ ไม่ใช่ของที่เนื่องกับตน ๑ ไม่ใช่เรา ๑ ไม่ใช่
ของเรา ๑ ไม่มีใคร ๆ ๑ บุคคลย่อมพิจารณาเห็นว่า เวทนา สัญญา
สังขาร วิญญาณ ไม่ใช่สัตว์ ... ไม่มีใคร ๆ บุคคลย่อมพิจารณาเห็นโลก
โดยความเป็นของสูญ โดยอาการ ๑๒ อย่างนี้.
และสมจริงตามพระพุทธพจน์ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดไม่ใช่ของท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงละสิ่งนั้นเสีย
สิ่งนั้นอันท่านทั้งหลายละเสียแล้ว จักเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข
ตลอดกาลนาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งอะไรเล่าไม่ใช่ของท่านทั้งหลาย
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปไม่ใช่ของท่านทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงละรูป
นั้นเสีย รูปนั้นอันท่านทั้งหลายละเสียแล้ว จักเป็นไปเพื่อประโยชน์เพื่อ
ความสุขตลอดกาลนาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวทนาไม่ใช่ของท่าน
ทั้งหลาย ... สัญญาไม่ใช่ของท่านทั้งหลาย... สังขารไม่ใช่ของท่าน
ทั้งหลาย... ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วิญญาณไม่ใช่ของท่านทั้งหลาย ท่าน
ทั้งหลายจงละวิญญาณนั้นเสีย วิญญาณนั้นอันท่านทั้งหลายละเสียแล้ว
จักเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขตลอดกาลนาน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน หญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้ใด
ที่มีอยู่ในเชตวันวิหารนี้ ชนพึงนำหญ้า ไม้ กิ่งไม้ และใบไม้นั้น