Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 402

เล่ม มมร. 67 หน้า 402 ข้อ 510
บทว่า ลุชฺชติ คือ ย่อมแตก. ชื่อว่า จกฺขุ เพราะเห็น. จักษุนั้น ให้สำเร็จความเป็นวัตถุและทวารตามสมควร แก่จักษุวิญญาณเป็นต้น ในบริเวณที่เห็นได้ อันเป็นสถานที่เกิดของสรีรสัณฐาน อันตั้งอยู่เฉพาะ หน้าในท่ามกลางวงกลมสีดำ ซึ่งล้อมด้วยวงกลมสีขาวอันเป็นสสัมภาร- จักษุ (ดวงตา) ตั้งอยู่. ชื่อว่า รูปา เพราะย่อยยับ. อธิบายว่า รูป ทั้งหลายถึงความวิการด้วยสี ย่อมประกาศความสบายใจ. ชื่อว่า จกฺขุ- วิญฺาณํ เพราะวิญญาณเป็นไปแล้วแต่จักษุ หรือวิญญาณของจักษุ อาศัยจักษุ. สัมผัสเป็นไปแล้วโดยจักษุชื่อว่า จักขุสัมผัส. บทว่า จกฺขุ- สมฺผสฺสปจฺจยา เพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย คือผัสสะอันสัมปยุตแล้วด้วย จักษุวิญญาณเป็นปัจจัย. บทว่า เวทยิตํ คือ การเสวย. อธิบายว่า เวทนา. ชื่อว่า สุข เพราะทำผู้นั้นให้เกิดสุข. อธิบายว่า ที่บุคคลผู้มีเวทนาเกิดให้ ถึงสุข. หรือชื่อว่า สุข เพราะกัดกินและขุดด้วยดีซึ่งความเจ็บป่วยทางกาย และจิต. ชื่อว่า ทุกข์ เพราะทนได้ยาก. อธิบายว่า ทำบุคคลผู้มีเวทนาเกิด ให้ถึงทุกข์. ชื่อว่า อทุกขมสุข เพราะไม่ทุกข์ ไม่สุข. ม อักษรท่านกล่าว ด้วยบทสนธิ. อนึ่ง จักษุสัมผัสนั้น เป็นปัจจัย ๘ ด้วยอำนาจสหชาตปัจจัย ๑ อัญญมัญญปัจจัย ๑ นิสสยปัจจัย ๑ วิปากปัจจัย ๑ อาหารปัจจัย ๑ สัมปยุตตปัจจัย ๑ อัตถิปัจจัย ๑ อวิคตปัจจัย ๑ แก่เวทนาที่สัมปยุตกับตน. เป็นปัจจัย ๕ ด้วยอำนาจอนันตรปัจจัย ๑ สมนันตรปัจจัย ๑ อุปนิสสย- ปัจจัย ๑ นัตถิปัจจัย ๑ วิคตปัจจัย ๑ แก่สัมปฏิจฉันนะและธรรมที่ สัมปยุต เป็นปัจจัยด้วยอำนาจอุปนิสสยปัจจัยเท่านั้น แก่สันตีรณะเป็นต้น และธรรมที่สัมปยุต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka