Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 433

เล่ม มมร. 67 หน้า 433 ข้อ 537 538 539
ปัญหา ความว่า ทูลเชื้อเชิญอาราธนาแล้ว. คำว่า ถามแล้ว ๆ ความว่า ถามแล้ว ๆ คือ ทูลอาราธนาแล้ว เชื้อเชิญให้ทรงประสาทแล้ว . คำว่า ทรงพยากรณ์แล้วซึ่งปัญหา ความว่า ทรงพยากรณ์แล้ว คือ ตรัสบอก... ทรงประกาศแล้วซึ่งปัญหา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ทูลเชื้อเชิญถามแล้ว ๆ ทรงพยากรณ์แล้วซึ่งปัญหา. [๕๓๗] ถ้าแม้บุคคลรู้ตัวถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรม แห่งปัญหา หนึ่ง ๆ พึงปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมไซร้ พึงถึงฝั่งแห่งชราและมรณะ เพราะว่าธรรมเหล่านี้เป็นที่ตั้งแห่งการให้ถึงฝั่ง เพราะเหตุนั้น คำว่า ปารายนะนั้นแล เป็นชื่อของธรรมปริยายนี้. [๕๓๘] คำว่า ถ้าแม้... แห่งปัญหาหนึ่ง ๆ ความว่า ถ้าแม้ แห่งอชิตปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งติสสเมตเตยปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่ง ปุณณกปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งเมตตคูปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งโธตก- ปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งอุปสีวปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งนันทปัญหา หนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งเหมกปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งโตเทยยปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งกัปปปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งชตุกัณณีปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้ แห่งภัทราวุธปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งอุทยปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่ง โปสาลปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งโมฆราชปัญหาหนึ่ง ๆ ถ้าแม้แห่งปิงคิย- ปัญหาหนึ่ง ๆ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ถ้าแม้แห่งปัญหาหนึ่ง ๆ. [๕๓๙] คำว่า รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ทั่วถึงธรรม ความว่า รู้ทั่วถึง คือทราบ เทียบเคียง พิจารณา เจริญแล้ว ทำให้แจ่มแจ้งแล้วซึ่งอรรถว่า ปัญหานั้นนั่นแหละเป็นธรรม ข้อวิสัชนาเป็นอรรถ. คำว่า รู้ทั่วถึงธรรม ความว่า รู้ทั่วถึง คือ ทราบ... ทำให้เเจ่มแจ้งซึ่งธรรม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka