Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 449

เล่ม มมร. 67 หน้า 449 ข้อ 576 577 578
แสดง พึงบัญญัติคำเท็จเพราะเหตุอะไร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงพูด เท็จเพราะเหตุอะไร เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า ข้าพระองค์จักขับตามเพลงขับ พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ปราศจากมลทิน มีพระปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน มิได้ มิกาม มิได้มีป่า เป็นนาค (ได้ทรงเห็นแล้วอย่างใด ตรัส บอกแล้วอย่างนี้) บุคคลพึงพูดเท็จเพราะเหตุอะไร. [๕๗๖] ผิฉะนั้น ข้าพระองค์จักระบุถ้อยคำอันประกอบด้วย คุณ แถ่พระองค์ผู้ทรงละมลทินและความหลงแล้ว ผู้ทรง ละความถือตัวและความลบหลู่. [๕๗๗] คำว่า มลทิน ในอุเทศว่า ปหีนมลโมหสฺส ดังนี้ ความว่า ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลส ทุจริตทั้งปวงเป็นมลทิน. คำว่า ความหลง ความว่า ความไม่รู้ในทุกข์ ฯ ล ฯ อวิชชาเป็น ดังลิ่มสลัก โมหะ อกุศลมูล นี้ท่านกล่าวว่า โมหมลทินและความหลง พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้ มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป เป็นธรรมดา เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว จึงชื่อว่า ทรงละมลทินและความหลงเสียแล้ว. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ทรงละ มลทินและความหลงเสียแล้ว. [๕๗๘] ความถือตัว ในคำว่า มานะ ในอุเทศว่า มานมกฺขปฺ- ปหายีโน ดังนี้ โดยอาการอย่างหนึ่ง คือ ความพองแห่งจิต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka