มั่นคง มิได้มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า
อันอะไร ๆ นำไปไม่ได้ไม่กำเริบ.
[๖๖๐] คำว่า ยสฺส ในอุเทศว่า ยสฺส นตฺถิ อุปมา กฺวจิ ดังนี้
ได้แก่ นิพพาน. คำว่า ไม่มีอุปมา ความว่า ไม่มีอุปมา ไม่มีข้อ
เปรียบเทียบ ไม่มีสิ่งเสมอ ไม่มีอะไรเปรียบ ไม่ปรากฏ ไม่ประจักษ์
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่มีอุปมา.
คำว่า ในที่ไหน ๆ ความว่า ในที่ไหน ๆ ในที่ไร ๆ ในที่
บางแห่ง ในภายใน ในภายนอก หรือทั้งภายในและภายนอก เพราะ
ฉะนั้น จึงชื่อว่า นิพพานไม่มีอุปมาในที่ไหน ๆ.
[๖๖๑] คำว่า จักถึงโดยแท้ ในอุเทศว่า อทฺธา คมิสฺสามิ น
เมตฺถ กงฺขา ดังนี้ ความว่า จักถึง คือ จักบรรลุ ถูกต้อง ทำให้แจ้ง
โดยแท้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า จักถึงโดยแท้.
คำว่า ความสงสัยในนิพพานนั้นมิได้มีแก่ข้าพระองค์ ความว่า
ความสงสัย ความลังเลใจ ความไม่แน่ใจ ความเคลือบแคลง ในนิพพาน
นั้น มิได้มี คือ ไม่ปรากฏ ไม่ประจักษ์ ความสงสัยนั้นอันข้าพระองค์
ละได้แล้ว ตัดขาดแล้ว ระงับแล้ว ทำไม่ให้อาจเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วย
ไฟคือญาณ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้าพระองค์จักถึงโดยแท้ ความสงสัย
ในนิพพานนั้น มิได้มีแก่ข้าพระองค์.
[๖๖๒] คำว่า ขอพระองค์โปรดทรงจำข้าพระองค์ ว่าเป็นผู้มี
จิตน้อมไปอย่างนี้ ในอุเทศว่า เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตํ ดังนี้
ความว่า ขอพระองค์โปรดทรงกำหนดข้าพระองค์อย่างนี้.