บทว่า ธนานิ ได้แก่ รัตนะ มีแก้วมุกดา แก้วมณี แก้วไพฑูรย์
สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงิน และทองเป็นต้น .
บทว่า ธญฺานิ ได้แก่ ธัญชาติ ๗ ชนิด คือข้าวสาลี ๑ ข้าว
เปลือก ๑ ข้าวเหนียว ๑ ข้าวละมาน ๑ ข้าวฟ่าง ๑ ลูกเดือย ๑ หญ้า
กับแก้๑ และอปรัณณชาติที่เหลือ. บทว่า พนฺธวานิ ได้แก่ พวกพ้อง
๔ ประเภท คือพวกพ้องที่เป็นญาติ ๑ พวกพ้องทางโคตร ๑ พวกพ้อง
ทางมิตร ๑ พวกพ้องทางศิลปะ ๑. บทว่า ยโถธิกานิ กามทั้งหลายตาม
ส่วน คือกามทั้งหลายตั้งอยู่ตามส่วนของตน. ๆ. บทที่เหลือมีนัยดังกล่าว
แล้วนั้นแล.
จบคาถาที่ ๖
คาถาที่ ๗
๒๗) สงฺโค เอโส ปริตฺตเมตฺถ โสขฺยํ
อปฺปสฺสาโท ทุกฺขเมตฺถ ภิยฺโย
คณฺโฑ เอโส อิจิ ตฺวา มติมา
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
บัณฑิตทราบว่า ความเกี่ยวข้องในเวลาบริโภคเบญจ-
กามคุณนี้มีสุขน้อย มีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก ดุจหัวฝี
ดังนี้แล้ว พึงเที่ยว ไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๗ ดังต่อไปนี้.
บทว่า สงฺโค เอโส กามนี้เป็นเครื่องข้อง พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า
แสดงถึงเครื่องอุปโภคของตน. ก็กามนั้น ชื่อว่า สงฺโค เพราะสัตว์