Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 725

เล่ม มมร. 67 หน้า 725 ข้อ 821
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้า ละสุข ทุกข์ โสมนัสและ โทมนัสในกาลก่อนแล้ว ได้อุเบกขาและสมถะอันบริสุทธิ์ พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๓ ดังต่อไปนี้. บทว่า วิปิฏฺิกตฺวาน ละแล้ว คือละทิ้งไว้ข้างหลัง. บทว่า สุขญฺจ ทุกฺขํ คือ ความยินดียินร้ายทางกาย. บทว่า โสมนสฺสโทมนสฺสํ คือ ความยินดียินร้ายทางใจ. บทว่า อุเปกฺขํ คือ อุเบกขาในจตุตถฌาน. บทว่า สมถํ คือ สมถะในจุตตถฌานนั่นเอง. บทว่า วิสุทฺธํ ความว่า ชื่อว่าหมดจดอย่างยิ่ง เพราะพ้นจากธรรมเป็นข้าศึก ๙ ประการ คือ นิวรณ์ ๕ วิตก วิจาร ปีติ สุข อธิบายว่า ปราศจากอุปกิเลส ดุจทองคำ ที่หลอมดีแล้วนั่นเอง. ส่วนโยชนาแก้ไว้ดังนี้. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าละสุข และทุกข์ก่อน ๆ แล้ว อธิบายว่า ละทุกข์ในภูมิอัน เป็นอุปจารแห่ง ปฐมฌาน และสุขในภูมิอันเป็นอุปจารแห่งตติยฌาน. นำ จ อักษร ที่กล่าวไว้ข้างต้นไปไว้ข้างหลัง ได้รูปเป็นดังนี้ โสมนสฺสํ โทมนสฺสญฺจ วิปิฏิกตฺวาน ปุพฺเพว ละโสมนัสและโทมนัสก่อน ๆ แล้ว. ด้วยบทนั้น ท่านแสดงว่า โสมนัสในภูมิอัน เป็นอุปจารแห่งจุจจถฌาน โทมนัสในภูมิ เป็นอุปจารแห่งทุติยฌาน. จริงอยู่ ฌานเหล่านี้เป็นฐานะแห่งการละทุกข สุขโทมนัสโสมนัสเหล่านั้นโดยปริยาย แต่โดยตรง ปฐมฌานเป็นฐาน ละทุกข์ ทุติยฌานเป็นฐานละโทมนัส ตติยฌานเป็นฐานละสุข จตุตถฌาน เป็นฐานละโสมนัส. เหมือนดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ภิกษุเข้าถึงปฐมฌานอยู่ ทุกขินทรีย์ที่เกิดในปฐมฌานนี้ย่อมดับไปโดย ไม่มีเหลือ. พึงถือเอาบททั้งหมดนั้นตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังต่อไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka