Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 17

เล่ม มมร. 68 หน้า 17 ข้อ 0
ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมรู้แตกฉานซึ่ง ธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรมะ เวทัลละ นี้เรียกว่า ธรรมปฏิสัมภิทา, ภิกษุนั้นย่อมรู้แตก ฉานในอรรถแห่งภาษิตนั้น ๆ ว่า นี้เป็นอรรถแห่ง ภาษิตนี้, นี้เป็นอรรถแห่งภาษิตนั้น นี้เรียกว่า อรรถปฏิสัมภิทา. สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศลเป็นไฉน ? กามาวจรกุศลจิต เกิดพร้อมด้วยโสมนัส ประกอบด้วยปัญญา มีรูปเป็นอารมณ์ ฯลฯ มี ธรรมเป็นอารมณ์ หรือปรารภอารมณ์ใด ๆ เกิดขึ้น ในสมัยใด ผัสสะ ฯลฯ อวิกเขปะ มีในสมัยนั้น ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล. ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้ ชื่อว่า ธรรมปฏิ- สัมภิทา, ความรู้แตกฉานในวิบากแห่งธรรมเหล่า นั้น ชื่อว่า อรรถปฏิสัมภิทา. คำว่า ตตฺร ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป าณํ ความว่า ความรู้ แตกฉานในคำพูด คำกล่าว คำที่เปล่งถึงสภาวนิรุตติอันเป็นโวหารที่ไม่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka