Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 92

เล่ม มมร. 68 หน้า 92 ข้อ 0
ก็ละความเพลิดเพลินได้, เมื่อคลายกำหนัด ก็ละราคะได้, เมื่อให้ดับ ก็ละสมุทัยได้, เมื่อสละคืนก็ละความถือมั่นเสียได้๑ ดังนี้. บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า อภิญฺาปญฺา ได้แก่ ปัญญาเป็น เครื่องรู้ตามสภาวะมีรุปปนลักษณะ คือ รูปมีอันแตกดับไปเป็นลักษณะ เป็นต้น แห่งสภาวธรรมทั้งหลาย. จริงอยู่ ปัญญานั้นท่านเรียกว่า อภิญญา เพราะอธิบายด้วยอภิศัพท์มีอรรถว่างามดังนี้ คือ การรู้งาม ด้วยสามารถแห่งการรู้สภาวะของธรรมเหล่านั้น ๆ. คำว่า าตฏฺเ าณํ - ญาณในอรรถว่ารู้ ได้แก่ญาณ อัน มีความรู้เป็นสภาวะ. ๒๑. อรรถกถาตีรณัฏฐญาณุทเทส ว่าด้วย ตีรณัฏฐญาณ คำว่า ปริญฺาปญฺา - ได้แก่ ปัญญาเป็นเครื่องรู้. จริงอยู่ ปัญญานั้น ท่านเรียกว่า ปริญญา เพราะอธิบายด้วย ปริ ศัพท์ มี อรรถว่า ซึมซาบไปรอบ ดังนี้คือ ความรู้ที่ซึมซาบไปด้วยสามารถแห่ง สามัญลักษณะมีอนิจลักษณะเป็นต้น หรือด้วยสามารถแห่งการเข้าถึง กิจของตน. ๑. ขุ.ป. ๓๑/๑๑๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka