ชนชาวโกศลเป็นต้น ดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ท่านสงเคราะห์เป็นอัน
เดียวกันโดยที่เป็นที่เกิด โดยที่เป็นที่อยู่อาศัย ดุจในฐานะแห่งคำที่
กล่าวว่า คนสัมพันธ์กันโดยชาติ ในที่เดียวกันจงมา ดังนี้.
สังคหะนี้ว่า นายควาญช้างทั้งปวงจงมา, นายสารถีฝึกม้าทั้งปวง
จงมา, หรือ ดูก่อนวิสาขะผู้มีอายุ สัมมาทิฏฐิ, และสัมมาสังกัปปะ,
ธรรมเหล่านี้ท่านสงเคราะห์ลงในปัญญา๑ ดังนี้ ชื่อว่า กิริยาสังคหะ.
เพราะว่านายควาญช้างเป็นต้นเหล่านั้นทั้งหมด ท่านสงเคราะห์เป็นอัน
เดียวกันด้วยการกระทำคือกิริยาของตน.
สังคหะนี้ว่า จักขายตนะ ย่อมถึงการนับโดยขันธ์เป็นไฉน ?
จักขายตนะย่อมถึงการนับได้ด้วยรูปขันธ์. หากว่า จักขายตนะย่อมถึง
การนับได้ด้วยรูปขันธ์, ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จักขายตนะ
ท่านนับสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์๒ ดังนี้ ชื่อว่า คณนสังคหะ. ในที่นี้
ท่านประสงค์เอาคณนสังคหะนี้.
การกำหนดนับสงเคราะห์ธรรมเป็นแผนก ๆ โดยความเป็นอัน
เดียวกัน ในอาการ ๑๒ มีตถัฏฐะ - สภาพตามความเป็นจริงเป็นต้น มี
แก่สังคหะเหล่านั้น ฉะนั้น สังคหะเหล่านั้น จึงชื่อว่า เอกสังคหา,
ความเป็นแห่งเอกสังคหะ ชื่อว่า เอกสังคหตา - การสงเคราะห์ธรรม
ต่าง ๆ โดยความเป็นอันเดียวกัน.
๑. ม. มู. ๑๒/๕๐๘. ๒. อภิ. ก. ๓๗/๑๑๒๘.