Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 125

เล่ม มมร. 68 หน้า 125 ข้อ 0
ชนชาวโกศลเป็นต้น ดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด ท่านสงเคราะห์เป็นอัน เดียวกันโดยที่เป็นที่เกิด โดยที่เป็นที่อยู่อาศัย ดุจในฐานะแห่งคำที่ กล่าวว่า คนสัมพันธ์กันโดยชาติ ในที่เดียวกันจงมา ดังนี้. สังคหะนี้ว่า นายควาญช้างทั้งปวงจงมา, นายสารถีฝึกม้าทั้งปวง จงมา, หรือ ดูก่อนวิสาขะผู้มีอายุ สัมมาทิฏฐิ, และสัมมาสังกัปปะ, ธรรมเหล่านี้ท่านสงเคราะห์ลงในปัญญา๑ ดังนี้ ชื่อว่า กิริยาสังคหะ. เพราะว่านายควาญช้างเป็นต้นเหล่านั้นทั้งหมด ท่านสงเคราะห์เป็นอัน เดียวกันด้วยการกระทำคือกิริยาของตน. สังคหะนี้ว่า จักขายตนะ ย่อมถึงการนับโดยขันธ์เป็นไฉน ? จักขายตนะย่อมถึงการนับได้ด้วยรูปขันธ์. หากว่า จักขายตนะย่อมถึง การนับได้ด้วยรูปขันธ์, ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จักขายตนะ ท่านนับสงเคราะห์ด้วยรูปขันธ์๒ ดังนี้ ชื่อว่า คณนสังคหะ. ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาคณนสังคหะนี้. การกำหนดนับสงเคราะห์ธรรมเป็นแผนก ๆ โดยความเป็นอัน เดียวกัน ในอาการ ๑๒ มีตถัฏฐะ - สภาพตามความเป็นจริงเป็นต้น มี แก่สังคหะเหล่านั้น ฉะนั้น สังคหะเหล่านั้น จึงชื่อว่า เอกสังคหา, ความเป็นแห่งเอกสังคหะ ชื่อว่า เอกสังคหตา - การสงเคราะห์ธรรม ต่าง ๆ โดยความเป็นอันเดียวกัน. ๑. ม. มู. ๑๒/๕๐๘. ๒. อภิ. ก. ๓๗/๑๑๒๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka