Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 180

เล่ม มมร. 68 หน้า 180 ข้อ 9
อาหาร ๔ เป็นไฉน ? คือ กพฬีการาหาร - อาหารคือคำข้าว เป็นอาหารหยาบหรือละเอียด, ผัสสะ - อาหารคือผัสสะ เป็นที่ ๒, มโนสัญเจตนา - อาหารคือเจตนา เป็นที่ ๓, วิญญาณ - อาหารคือ วิญญาณ เป็นที่๑ ๔ ดังนี้ ก็ย่อมผิด. ตอบว่า ถึงแม้คำนั้นก็ไม่ผิด. เพราะในพระสูตร ตรัสไว้โดย นิปริยายว่า ธรรมทั้งหลายมีอาหารเป็นลักษณะแล ชื่อว่า อาหาร แต่ในที่นี้ตรัสโดยปริยายว่า ปัจจัยชื่อว่า อาหาร. เพราะสังขตธรรม ทั้งปวง ได้ปัจจัย ย่อมควร ก็ปัจจัยนั้นย่อมยังผลใด ๆ ให้เกิดขึ้น ชื่อว่าย่อมนำมาซึ่งผลนั้น ๆ. เพราะฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า อาหาร. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้อวิชชา เราก็ กล่าวว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่า ไม่มีอาหาร ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ก็อะไรเป็นอาหารของอวิชชา, ควรกล่าวว่านิวรณ์ ๕ เป็นอาหารของอวิชชา. ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย แม้นิวรณ์ ๕ เราก็กล่าวว่ามีอาหาร มิได้กล่าวว่าไม่มีอาหาร, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ อะไรเล่าเป็นอาหารของนิวรณ์ ๕. ฯลฯ ควรกล่าวว่า อโยนิโสมนสิการเป็นอาหารของนิวรณ์ดังนี้เป็น๒ต้น. อาหารดังกล่าวแล้วนี้ ประสงค์แล้วในที่นี้. ๑. สํ. นิ. ๑๖/๒๘. ๒. องฺ ทสก. ๒๔/๖๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka