Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 230

เล่ม มมร. 68 หน้า 230 ข้อ 9
คือจิตและเจตสิก ในบรรดาจักขุและรูปเป็นต้นเป็นทวารและอารมณ์ นั้น ๆ ย่อมมา ย่อมตั้งขึ้น ย่อมสืบต่อ คือย่อมพยายามโดยกิจของ ตนๆ มีการเสวยอารมณ์เป็นต้น. และมีคำอธิบาย ท่านกล่าวไว้อีกว่า ก็ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ย่อมแผ่ไปสู่ธรรมเหล่านั้น ในธรรม อันเป็นทางมา. และยังมีคำอธิบาย ท่านกล่าวไว้อีกว่า สังสารทุกข์ สืบต่อกันไปอย่างมากมายเป็นไปในสงสารอันยืดยาวนานหาที่สุดมิได้นี้ ยังไม่หมุนกลับตราบใด ธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ก็ย่อมนำไป คือย่อมให้เป็นไปอยู่ตราบนั้น. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อายตนะ เพราะอรรถว่าเป็นที่อยู่, เพราะ อรรถว่าเป็นบ่อเกิด, เพราะอรรถว่าเป็นที่ประชุมลง, เพราะอรรถว่า เป็นถิ่นที่เกิด, และเพราะอรรถว่าเป็นการณะ. จริงอย่างนั้น ในทางโลก ที่เป็นที่อยู่ ท่านเรียกว่า อายตนะ ได้ในคำเป็นต้นว่า อิสฺสรายตนํ - ที่อยู่ของพระอิศวร, วาสุเทวา- ยตนํ - ที่อยู่ของวาสุเทพ. บ่อเกิดท่านเรียกว่า อายตนะ ได้ในคำเป็นต้นว่า สุวณฺณายตนํ -บ่อทอง, รชตายตนํ - บ่อเงิน. แต่ในทางศาสนา ที่เป็นที่ประชุมลง ท่านเรียกว่า อายตนะ ได้ในคำเป็นต้นว่า มโนรเม อายตเน เสวนฺติ นํ วิหงฺคมา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka