Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 232

เล่ม มมร. 68 หน้า 232 ข้อ 9
จักขุเป็นต้น เป็นประเทศเป็นที่แห่งธรรมคือจิตะเละเจตสิก เหล่านั้น เพราะเกิดขึ้นในจักขุวัตถุเป็นต้นนั้นนั่นแหละ โดยความ อาศัยจักขุวัตถุเป็นต้นนั้นเป็นอารมณ์. จักขุเป็นต้น เป็นเหตุแห่งธรรมคือจิตและเจตสิกเหล่านั้น ก็ เพราะความที่จักขุเป็นต้นยังไม่พินาศไป. จักขุนั้นด้วยเป็นอายตนะด้วย ฉะนั้น จึงชื่อว่า จักขายตนะ ตามใจความที่ได้กล่าวมาแล้วนี้แล. ถึงแม้อายตนะที่เหลือก็อย่างนั้น เหมือนกัน. ธาตุ ๑๘ วิสัชนา ๑๘ มีวิสัชนาในจักขุธาตุเป็นต้น พระธรรมเสนาบดี สารีบุตรแสดงด้วยสามารถแห่งธาตุ ๑๘. ธรรมหนึ่ง ๆ ย่อมจัดแจงตามสมควรแก่อารมณ์ทั้งหลายใน ทวาร ทั้งหลายมีจักขุทวารเป็นต้น ฉะนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า ธาตุ. ธรรมใด ย่อมทรงไว้ ฉะนั้นธรรมนั้น ชื่อว่า ธาตุ. ความทรงไว้ ชื่อว่า ธาตุ สภาพที่เป็นเหตุตั้งไว้ ชื่อว่า ธาตุ หรือสภาพที่เป็นเหตุย่อมทรงไว้ ในทวารนั้น ฉะนั้น ทวารนั้น ชื่อว่า ธาตุ. อธิบายว่า โลกิยธาตุทั้งหลายกำหนดตั้งไว้โดยความเป็นเหตุ ย่อมจัดแจงสังสารทุกข์เป็นอเนกประการ ดุจธาตุมีธาตุทองและธาตุเงิน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka