Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 276

เล่ม มมร. 68 หน้า 276 ข้อ 55
ไปด้วยความว่าตัดขาด ญาณในความไม่เกิดขึ้นด้วยความว่าระงับ ฉันทะ ด้วยควานว่าเป็นมูลฐาน มนสิการด้วยความว่าเป็นสมุฏฐาน ผัสสะด้วย ความว่าประมวลมา เวทนาด้วยความว่าประชุม สมาธิด้วยความว่าเป็น ประธาน สติด้วยความว่าเป็นใหญ่ ปัญญาด้วยความว่าประเสริฐกว่า กุศลธรรมนั้น ๆ วิมุตติด้วยความว่าเป็นแก่นสาร นิพพานอันหยั่งลง ในอมตะด้วยความว่าเป็นที่สุด ควรรู้ยิ่งทุกอย่าง. [๕๕] ธรรมใด ๆ ที่รู้ยิ่งแล้ว ธรรมนั้น ๆ เป็นคุณที่รู้แล้ว ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ชื่อว่าปัญญา เพราะอรรถว่ารู้ทั่ว เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาเครื่องทรงจำธรรมที่ได้สดับมา คือ เครื่องรู้ชัดธรรมที่ได้สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง เป็น สุตมยญาณ. จบ ทุติยภาณวาร ฯ อรรถกถาทุติยภาณวาร ๓๐] พระสารีบุตรได้ชี้แจงถึงการวิสัชนา ๓๑ ข้อ มี ปริคฺค- หฏฺโ - สภาพแห่งธรรมที่ควรกำหนดถือเอา เป็นต้น ด้วยขณะแห่ง อริยมรรค. จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายอันสัมปยุตด้วยอริยมรรค ย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka