Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 322

เล่ม มมร. 68 หน้า 322 ข้อ 59
นามแม้ทั้งหมดก็ชื่อว่า นาม ในอรรถว่าให้น้อมไป. จริงอยู่ ขันธ์ ๔. ยังกันและกันให้น้อมไปในอารมณ์, นิพพานยังธรรมที่ไม่มีโทษให้ น้อมไปในตน เพราะเป็นปัจจัยแห่งความเป็นใหญ่ในอารมณ์. ชื่อว่า รูปํ เพราะอรรถว่าเปลี่ยนแปลงไปด้วยความเย็นเป็นต้น โดยอำนาจ สันตติ - ความสืบต่อ. บทว่า รูปนฏฺเน ได้แก่ ความกำเริบ. ธรรมชาติที่ถูกความ หนาวเป็นต้น กระทบด้วยการปรวนแปรของสันตติ ท่านกล่าวว่า รูปํ. แต่ในที่นี้ บทว่า นามํ ท่านประสงค์เอานามที่เป็นโลกิยะเท่านั้น, ส่วนรูปเป็นโลกิยะโดยส่วนเดียว. บทว่า ติสฺโส เวทนา เวทนา ๓ ได้แก่ สุขเวทนา ทุกข- เวทนา อทุกขมสุขเวทนา. เวทนาเหล่านั้นเป็นไปในโลกเท่านั้น. บทว่า อาหารา ได้แก่ ปัจจัย. ปัจจัย ชื่อว่า อาหารา เพราะ นำมาซึ่งผลแก่ตน. อาหาร ๔ อย่าง คือ กพฬีการาหาร ( อาหาร คือ คำข้าว ) ๑ ผัสสาหาร ( อาหาร คือ ผัสสะ ) ๑ มโนสัญเจตนาหาร (อาหาร คือ มโนสัญเจตนา) ๑ วิญญาณาหาร (อาหาร คือ วิญญาณ) ๑. ชื่อว่า กฬฬีการะ เพราะควรทำให้เป็นคำด้วยวัตถุ. ชื่อว่า อาหาร เพราะควรกลืนกิน. บทนี้เป็นชื่อของโอชะอันเป็นวัตถุมีข้าวสุกและ ขนมทำด้วยถั่วเขียวเป็นต้น. โอชะนั้น ชื่อว่า อาหาร เพราะนำมา ซึ่งรูปมีโอชะเป็นที่ ๘. ผัสสะ ๖ อย่าง มีจักขุสัมผัสเป็นต้น ชื่อว่า อาหาร เพราะนำมาซึ่งเวทนา ๓. ชื่อว่า มโนสัญเจตนา เพราะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka