Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 327

เล่ม มมร. 68 หน้า 327 ข้อ 59
ด้วยฌานเล็กน้อย, พรหมปุโรหิตะ เกิดด้วยฌานอย่างกลาง. อนึ่ง กายของพวกเทพเหล่านั้น แผ่ซ่านยิ่ง. มหาพรหมเกิดด้วยฌานอัน ประณีต, กายของมหาพรหมเหล่านั้น แผ่ซ่านยิ่งนัก. พรหมกายิกา เหล่านั้น ท่านกล่าวว่า มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน เพราะ กายต่างกัน เพราะสัญญาอย่างเดียวกันด้วยอำนาจปฐมฌาน. สัตว์ที่เกิดในอบาย ๔ ก็เหมือนกัน. ในนรกบางพวกร่างกาย คาวุตหนึ่ง, บางพวกกึ่งโยชน์, บางพวก ๓ คาวุต ส่วนเทวทัตมี ร่างกายร้อยโยชน์. แม้ในเดียรัจฉาน บางพวกก็เล็ก, บางพวกก็ใหญ่. แม้ในเปตติวิสัย บางพวกก็ ๖๐ ศอก บางพวกก็ ๘๐ ศอก บางพวก ผิวงาม บางพวกผิวทราม. เหมือนกาลกัญชิกาสูร. อนึ่ง บรรดาเปรต เหล่านี้ พวกทีฆปิฏฐิกาเปรตก็มีกายสูง ๖๐ โยชน์. สัญญาของเปรต ทั้งหมดนั้น เป็นไปกับอเหตุกะมีอกุศลเป็นวิบาก. แม้สัตว์ในอบาย ทั้งหลายก็ถือได้ว่าเป็นผู้มีกายต่างกัน มีสัญญาอย่างเดียวกัน. บทว่า อาภสฺสรา - พวกเทพอาภัสสระ รัศมีจากร่างกายของ อาภัสสรเทพเหล่านั้น รุ่งเรืองสว่างไสวดุจขาดแล้ว ๆ ตกลงมาเหมือน คบเพลิงมีด้าม จึงชื่อว่า อาภัสสรา. บรรดาเทพเหล่านั้น รัศมีเกิดขึ้น เพราะเจริญทุติยฌานและตติยฌานทั้งสองในปัญจกนัยนิดหน่อย จึงชื่อ ว่า ปริตตาภา. รัศมีเกิดขึ้นเพราะเจริญฌานปานกลาง จึงชื่อว่า อัปปมาณาภา. รัศมีเกิดขึ้นเพราะเจริญฌานประณีต จึงชื่อว่า อาภัส-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka