ตีรณปริญญา ด้วยการได้เฉพาะธรรมเหล่านี้ คือธรรม ๓ มี อนัญญา-
ตัญญัสสามีตินทรีย์ ( อินทรีย์ คืออัธยาศัยที่มุ่งบรรลุมรรคผล ของ
ผู้ปฏิบัติ) เป็นต้น, ธรรม ๑๕ มี อนุปปาทธรรม เป็นต้น ของการ
ออกไปแห่งทุกข์เป็นต้น อันเป็นปฏิปทาของการดับทุกข์ เป็นการเจริญ
เพื่อทำให้แจ้ง เป็นการแทงตลอดธรรมเหล่านั้น, ธรรม ๓๑ มี
ปริคฺคหฏฺโ - สภาพที่กำหนดไว้, ธรรม ๓ มี อุตตริปฏิเวธัฏะ-
สภาพที่แทงตลอดยิ่งขึ้นไปเป็นต้น, ธรรม ๘ อันเป็นองค์มรรค,
ธรรม ๒ มีสภาพสงบแห่งปโยคะเป็นต้น, ธรรม ๒ มีสภาพออกไป
แห่งสภาพที่เป็นอสังขตะ, ธรรม ๓ มีสภาพตรัสรู้ตามสภาพที่นำสัตว์
ออกไปเป็นต้น, ธรรม ๓ มีอนุโพธนัฏฐะ - สภาพที่รู้ตาม เป็นต้น,
ธรรม ๓ มีอนุโพธปักขิยะ - ธรรมที่เป็นฝักฝ่ายแห่งการตรัสรู้ตาม
เป็นต้น, ธรรม ๔ มีอุชโชตนัฏฐะ - สภาพที่รุ่งเรือง เป็นต้น,
ธรรม ๑๘ มีปตาปนัฏฐะ - สภาพที่ทำให้เร่าร้อน เป็นต้น, ธรรม ๙
มีวิวัฏฏนานุปัสสนา - การ - พิจารณาเห็นนิพพาน เป็นต้น. ญาณใน
ความสิ้นไป และญาณในความไม่เกิด นิพพานอันเป็นปัญญาวิมุตติ,
พึงทราบว่า ตีรณปริญญา ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนาตามสมควร
แก่หมู่ธรรม และด้วยอำนาจการได้เฉพาะ.
๕๘ ] ท่านกล่าวถึงตีรณปริญญาด้วยอรรถว่า เข้าถึงกิจ ด้วย
บทว่า เยสํ เยสํ ธมฺมานํ ฯเปฯ ติริตา จ ความว่า บุคคลผู้พยายาม
เพื่อจะได้ธรรมใด ๆ เป็นอันได้ธรรมนั้น ๆ แล้ว. ธรรมเหล่านั้นเป็น