Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 381

เล่ม มมร. 68 หน้า 381 ข้อ 76
สุตมยปัญญา. ปัญญาของผู้เข้าถึงแล้วแม้ทั้งหมด เป็นภาวนามยปัญญา๑. ส่วนกามาวจรภาวนานั้น พึงทราบว่า ท่านไม่เรียกว่า ภาวนา เพราะความที่แห่งกามาวจรภาวนานั้น มีอยู่ในระหว่างอาวัชชนะและ ภวังค์. ความที่อุปจารสมาธิและวิปัสสนาสมาธิ เป็นบุญสำเร็จด้วย ภาวนา เป็นอันสำเร็จแล้วเพราะบุญทั้งหมดหยั่งลงภายในบุญกิริยาวัตถุ ๓ อย่าง. แต่ในที่นี้ท่านสงเคราะห์ภาวนาเข้าในโลกิยภาวนานั่นเอง พึงทราบในความที่รูปาวจรและอรูปาวจร มี ๓ อย่าง ดังต่อ ไปนี้ บทว่า หีนา คือ ลามก. ภาวนาในท่ามกลางแห่งธรรมเลว และธรรมสูงสุด ชื่อว่า มชฺฌา ปาฐะว่า มชฺฌิมา บ้าง. ชื่อว่า ปณีตา เพราะอรรถว่า นำไปสู่ความเป็นประธาน ได้แก่ สูงสุด พึงทราบความที่ภาวนาเป็นส่วนเลว เป็นส่วนปานกลาง และ เป็นส่วนประณีต ด้วยการรวบรวมมา. เพราะว่าในขณะรวบรวมมา ภาวนาที่เป็นฉันทะ วีริยะ จิตตะ วิมังสา เลว ชื่อว่า หีนา. ภาวนา ที่เป็นธรรมปานกลาง ชื่อว่า มชฺฌิมา. ภาวนาที่เป็นประณีต ชื่อว่า ปณีตา. อีกอย่างหนึ่ง ภาวนาที่สัมปยุตด้วยอินทรีย์อ่อน ชื่อว่า หีนา. ๑. อภิ.วิ. ๓๕/๘๐๔.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka