ในบทเหล่านั้นบทว่า อกุปฺปา เจโตวิมุตฺติ - เจโตวิมุตติอันไม่
กำเริบ ได้แก่ อรหัตผลวิมุตติ. เจโตวิมุตตินั้น ชื่อว่า อกุปฺปา
เพราะอรรถว่า ไม่กำเริบ ไม่หวั่นไหว ไม่เสื่อม, ท่านกล่าวว่า เจโต-
วิมุตฺติ เพราะจิตพ้นจากกิเลสทั้งปวง.
บทว่า วิชฺชา ได้แก่ วิชชา ๓. บทว่า วิมุตฺติ ท่านกล่าว
ถึงอรหัตผล โดยปริยายในทสุตตรสูตร, แต่ท่านกล่าวด้วยปริยายในสังคีติ-
สูตรว่า บทว่า วิมุตฺติ ได้แก่ วิมุตติ ๒ คือ การน้อมจิตไป - จิตฺ-
ตสฺส จ อธิมุตฺติ และนิพพาน.
อนึ่ง ในนิทเทสนี้ สมาบัติ ๘ ชื่อว่า วิมุตติ เพราะพ้นด้วยดี
จากนิวรณ์เป็นต้น, นิพพาน ชื่อว่า วิมุตติ เพราะพ้นจากสังขตธรรม
ทั้งปวง.
บทว่า ติสฺโส วิชฺชา - วิชชา ๓ คือ ญาณกำหนดระลึกชาติ
หนหลังได้ ๑ ญาณกำหนดรู้จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย ๑ ญาณ
รู้จักทำอาสวะให้สิ้น ๑. ชื่อว่า วิชชา ด้วยอรรถว่า ทำลายความมืด
ได้, ชื่อว่า วิชชา ด้วยอรรถว่า ทำความรู้ให้แจ้งบ้าง, บุพเพนิวา-
สานุสติญาณ ชื่อว่า วิชชา เพราะทำลายความมืดอันปกปิดความ
ระลึกชาติที่เกิดขึ้นเสียได้, และทำความรู้แจ้งถึงการระลึกชาติได้. จุ-
ตูปปาตญาณ ชื่อว่า วิชชา เพราะทำลายความมืดอันปกปิดจุติและ
ปฏิสนธิเสียได้, และทำให้รู้แจ้งถึงจุติและอุปบัติได้. อาสวักขยญาณ