Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 398

เล่ม มมร. 68 หน้า 398 ข้อ 78
ผู้ยังต้องศึกษา เป็นอเสกขธรรมของผู้ไม่ต้องศึกษา. ในธรรมขันธ์ เหล่านี้ ธรรมขันธ์ที่เป็นโลกิยะและเป็นนิสสรณวิมุตติ เป็นเนวเสกขา- นาเสกขธรรม - ธรรมของผู้ยังต้องศึกษาก็ไม่ใช่ ไม่ต้องศึกษาก็ไม่ใช่. แม้เสกขธรรมมีอยู่ ท่านก็กล่าวเสกขธรรมว่า เหล่านี้ของผู้ยังต้องศึกษา, กล่าวอเสกขธรรมว่า เหล่านี้ของผู้ไม่ต้องศึกษา. ในบทนี้ว่า พระ- โยคาวจรเป็นผู้ประกอบด้วยวิมุตติขันธ์อันเป็นเสกขธรรม แต่ก็พึงทราบ ว่า พระโยคาวจรเป็นผู้ประกอบด้วยการทำนิสสรณวิมุตติให้เป็นอารมณ์ บทว่า ฉ อภิญฺา ได้แก่ ญาณอันยิ่ง ๖. ญาณอันยิ่ง ๖ เป็นไฉน ? ญาณ ๖ เหล่านี้ คือ อิทธิวิธญาณ ๑ ทิพโสดธาตุญาณ ๑ บุพเพนิวาสานุสติญาณ ๑ เจโตปริยญาณ ๑ ทิพจักขุญาณ ๑ อาสวัก- ขยญาณ ๑. บทว่า สตฺต ขีณาสวพลานิ - กำลังของพระขีณาสพ ๗ ชื่อว่า ขีณาสวะ เพราะมีอาสวะสิ้นแล้ว กำลังของพระขีณาสพ ชื่อว่า ขีณา- สวพละ ขีณาสวะ ๗ เป็นไฉน ? พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุขีณาสพในธรรม- วินัยนี้เห็นดีแล้วซึ่งสังขารทั้งปวงโดยความเป็นของ ไม่เที่ยง ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง, ข้อที่ภิกษุขีณาสพเห็นดีแล้วซึ่งสังขารทั้งปวง โดย ความเป็นของไม่เที่ยง ด้วยปัญญาอันชอบตามความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka