Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 404

เล่ม มมร. 68 หน้า 404 ข้อ 78
อรรถกถาหานภาคิยจตุกนิทเทส๑ บัดนี้ เพราะความที่ธรรมเป็นไปในส่วนแห่งความเสื่อม ย่าม มีโดยประเภทที่ว่างจากสมาธิอย่างหนึ่ง ๆ, ฉะนั้น พระสารีบุตรจึงได้ ชี้แจงหานภาคิยจตุกะโดยเป็นอันเดียวกัน. ในบทเหล่านั้น บทว่า ปมสฺส ฌานสฺส ลาภึ คือ ของ พระโยคาวจรผู้ได้ปฐมฌาน. บทว่า ลาภึ เป็นทุติยาวิภัตติลงใน อรรถฉัฏฐีวิภัตติ. ลาโภ ท่านกล่าวเป็น ลาภี เพราะอรรถว่า มีการ ทำให้แจ้ง. ศัพท์ว่า สหคต ในบทว่า กามสหคตา นี้ท่านประสงค์เอา ความว่า อารมณ์, อธิบายว่า มีวัตถุกามและกิเลสกามเป็นอารมณ์. บทว่า สญฺามนสิการา - สัญญาและมนสิการ ได้แก่ ชวน- สัญญา และมนสิการด้วยความคำนึงถึงสัญญานั้น. มนสิการสัมปยุตด้วย ญาณก็ควร. บทว่า สมุทาจรนฺติ ย่อมปรากฏ คือ ย่อมเป็นไป. บทว่า ธมฺโม ได้แก่ ธรรม คือ ปฐมฌาน. พระโยคาวจร เมื่อเสื่อมจากฌาน ชื่อว่า เสื่อมด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ ด้วยกิเลส กำเริบ ๑ ด้วยอสัปปายกิริยา ๑ ด้วยการไม่ประกอบความเพียร ๑. เมื่อเสื่อมด้วยกิเลสกำเริบ ชื่อว่า เสื่อมเร็ว. เมื่อเสื่อมด้วยอสัปปายกิริยา ๑. อยู่ในข้อ ๗๘.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka