เพราะเป็นสังขารทุกข์ เพราะเผาผลาญจิต เพราะความอึดอัดทางกาย.
ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า
อุปายาสะเป็นทุกข์ เพราะความเผาผลาญจิต
และเพราะความอึดอัดทางกายเป็นอย่างมาก ย่อม
ยังทุกข์ให้เกิด เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า อุปา-
ยาสะเป็นทุกข์.
อนึ่ง ในบทว่า โสกะ ปริเทวะ และอุปายาสะนี้พึงเห็นว่า โสกะ
เหมือนน้ำหุงข้าวด้วยไฟอ่อนน้ำข้าวเดือดอยู่ภายในภาชนะ, พึงเห็น
ปริเทวะ เหมือนน้ำหุงข้าวด้วยไฟแรงน้ำข้าวก็เดือดล้นออกนอกภาชนะ,
พึงเห็นอุปายาสะ เหมือนน้ำข้าวส่วนที่เหลือจากการล้นออกไม่เพียงพอที่
จะออกได้ น้ำข้าวที่หุงก็จะหมดสิ้นไปภายในภาชนะนั่นเอง.
๘๒ ] การอยู่ร่วมกับสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รัก ชื่อว่า อัป-
ปิยสัมปโยคทุกข์. อัปปิยสัมปโยคทุกข์์ ชื่อว่า เป็นทุกข์เพราะเป็นที่
ตั้งแห่งทุกข์. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า
ทุกข์ครั้งแรกย่อมเกิดในจิต เพราะเห็นสัตว์
และสังขารอันไม่เป็นที่รัก หรือทุกข์ที่เกิดเพราะ
การทรมาน ย่อมมีในกายนี้.
แม้ทุกข์ทั้งสองนี้โดยวัตถุ ก็เป็นการอยู่ร่วม
กับสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รัก เป็นที่รู้กันว่า