Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 426

เล่ม มมร. 68 หน้า 426 ข้อ 82
เพราะเป็นสังขารทุกข์ เพราะเผาผลาญจิต เพราะความอึดอัดทางกาย. ดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า อุปายาสะเป็นทุกข์ เพราะความเผาผลาญจิต และเพราะความอึดอัดทางกายเป็นอย่างมาก ย่อม ยังทุกข์ให้เกิด เพราะฉะนั้นท่านจึงกล่าวว่า อุปา- ยาสะเป็นทุกข์. อนึ่ง ในบทว่า โสกะ ปริเทวะ และอุปายาสะนี้พึงเห็นว่า โสกะ เหมือนน้ำหุงข้าวด้วยไฟอ่อนน้ำข้าวเดือดอยู่ภายในภาชนะ, พึงเห็น ปริเทวะ เหมือนน้ำหุงข้าวด้วยไฟแรงน้ำข้าวก็เดือดล้นออกนอกภาชนะ, พึงเห็นอุปายาสะ เหมือนน้ำข้าวส่วนที่เหลือจากการล้นออกไม่เพียงพอที่ จะออกได้ น้ำข้าวที่หุงก็จะหมดสิ้นไปภายในภาชนะนั่นเอง. ๘๒ ] การอยู่ร่วมกับสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รัก ชื่อว่า อัป- ปิยสัมปโยคทุกข์. อัปปิยสัมปโยคทุกข์์ ชื่อว่า เป็นทุกข์เพราะเป็นที่ ตั้งแห่งทุกข์. สมดังที่ท่านกล่าวไว้ว่า ทุกข์ครั้งแรกย่อมเกิดในจิต เพราะเห็นสัตว์ และสังขารอันไม่เป็นที่รัก หรือทุกข์ที่เกิดเพราะ การทรมาน ย่อมมีในกายนี้. แม้ทุกข์ทั้งสองนี้โดยวัตถุ ก็เป็นการอยู่ร่วม กับสัตว์และสังขารอันไม่เป็นที่รัก เป็นที่รู้กันว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka