ในบททั้งสองนั้น เพราะอายุของผู้มีชราย่อมเสื่อม ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวชรา โดยผลูปจารนัย - โดยมุ่งผลว่า อายุใน สํหานิ-
ความเสื่อมแห่งอายุ ดังนี้. อนึ่ง ในเวลาเป็นหนุ่มอินทรีย์มีจักษุเป็นต้น
แจ่มใสดี สามารถจะรับวิสัยของตนแม้สุขุมได้โดยง่ายทีเดียว ครั้นถึง
ชราก็แก่หง่อม ขุ่นมัว หดหู่ ไม่สามารถจะรับวินัยของตนได้, ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวโดยมุ่งผลว่า อินฺทฺริยานํ ปริปาโก - ความแก่แห่งอินทรีย์
ทั้งหลาย. ท่านชี้แจงชราไว้อย่างนี้ แม้ชราทั้งหมดก็มี ๒ อย่าง คือ
ปรากฏ ๑ ปกปิด ๑.
ในชราเหล่านั้น ชราในรูปธรรมมีฟันเป็นต้น เป็นชราปรากฏ
เพราะแสดงความเป็นผู้มีฟันหักเป็นต้น, ส่วนชราในอรูปธรรม ชื่อว่า
ชราปกปิด เพราะไม่แสดงความผิดปรกติเช่นนั้น.
ในชราปรากฏนั้น ความที่ฟันหักเป็นต้น ย่อมปรากฏเป็นชนิด
ของฟันเป็นต้นเช่นนั้นเอง. บุคคลเห็นความที่ฟันหักเป็นต้นนั้นด้วยตา
แล้วคิดด้วยมโนทวารว่า ฟันเหล่านี้ถูกชราทำลายเสียแล้ว จึงรู้ชรา
เหมือนแลดูเขาโคเป็นต้น ที่เขาผูกไว้ในที่มีน้ำแล้วรู้ว่า ข้างล่างมีน้ำ
ยังมี ชรา อีก ๒ อย่าง คือ สวีจิชรา - ชรารู้ง่าย ๑ อวีจิชรา-
ชรารู้ยาก ๑.
ในชรา ๒ อย่างนั้น ชรา ชื่อว่า อวีจิชรา เพราะรู้ความ
แตกต่างของชนิดในระหว่าง ๆ มีแก้วมณี ทอง เงิน แก้วประพาฬ