Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 467

เล่ม มมร. 68 หน้า 467 ข้อ 85
ชื่อว่าลึกซึ้ง เพราะเห็นได้ยาก และชื่อว่าเห็นได้ยากเพราะลึกซึ้ง แต่ ในขณะแทงตลอดญาณนั้นเป็นอย่างเดียวเท่านั้น. ส่วนอาจารย์เหล่าอื่นกล่าวว่า ญาณในสัจจะทั้งหลายมี ๔ อย่าง คือ สุตมยญาณ - ญาณเกิดจากการฟัง ๑ ววัตถานญาณ - ญาณ เกิดจากการกำหนด ๑ สัมมสนญาณ - ญาณเกิดจากการพิจารณา ๑ อภิสมยภาณ - ญาณเกิดจากการตรัสรู้ ๑. ในญาณเหล่านั้น สุตมยญาณ เป็นไฉน ? พระโยคาวจรฟัง สัจจะ ๔ โดยย่อหรือโดยพิสดารย่อมรู้ว่า นี้ทุกข์, นี้สมุทัย, นี้นิโรธ, นี้มรรค. นี้ชื่อว่า สุตมยญาณ. ววัตถานญาณ เป็นไฉน ? พระโยคาวจรนั้นย่อมกำหนดความ ของการฟัง โดยธรรมดา และโดยลักษณะ ย่อมลงความเห็นว่า ธรรม เหล่านี้นับเนื่องในสัจจะนี้ นี้เป็นลักษณะของสัจจะนี้ นี้ชื่อว่า ววัตถานญาณ. สัมมสนญาณ เป็นไฉน ? พระโยคาวจรนั้น กำหนดสัจจะ ๔ ตามลำดับอย่างนี้แล้วถือเอาทุกข์เท่านั้น ย่อมพิจารณาตลอดไปถึงโคตร- ภูญาณ โดยความไม่เที่ยง โดยความเป็นทุกข์ โดยความเป็นอนัตตา นี้ชื่อว่า สัมมสนญาณ. อภิสมยญาณ เป็นไฉน ? พระโยคาวจรนั้น ตรัสรู้สัจจะ ๔ ด้วยญาณหนึ่ง ในขณะโลกุตรมรรค ไม่ก่อน ไม่หลัง คือย่อมตรัสรู้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka