Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 469

เล่ม มมร. 68 หน้า 469 ข้อ 85
เกิดขึ้น. พระโยคาวจรย่อมพิจารณา พยาปาทวิตก หรือสังขารอื่น เพื่อทำลายเหตุแห่งพยาปาทวิตก, พิจารณาวิหิงสาวิตก, หรือสังขาร อื่นเพื่อทำลายเหตุแห่งวิหิงสาวิตก. อนึ่ง พึงประกอบบททั้งปวงว่า อสฺส วิปสฺสนากขเณ - ในขณะแห่งวิปัสสนาของพระโยคาวจรนั้น โดยนัยก่อนนั่นแล. ก็เมื่อจำแนกอารมณ์ ๓๘ ไว้ในบาลี แม้กรรมฐานอย่างหนึ่ง ชื่อว่าไม่เป็นข้าศึก แก่วิตก ๓ มีกามวิตกเป็นต้น ย่อมไม่มี. ปฐมฌาน ในอสุภะนั่นแล เป็นข้าศึกของกามวิตกโดยส่วนเดียว. ฌานหมวด ๓ หมวด ๔ แห่งเมตตาเป็นข้าศึกของพยาปาทวิตก, ฌานหมวด ๓ หมวด ๔ แห่งกรุณาเป็นข้าศึกของวิหิงสาวิตก. เมื่อพระโยคาวจรนั้นกระทำ การบริกรรมอสุภะแล้วเข้าฌานวิตกสัมปยุตด้วยฌานในขณะแห่งการเข้า สมาบัติเป็นข้าศึกของกามวิตกด้วยสามารถวิกขัมภนะ- การข่มไว้ เกิด ขึ้น. เมื่อพระโยคาวจรทำฌานให้เป็นบาทแล้วเริ่มตั้งวิปัสสนา ความดำริ สัมปยุตด้วยวิปัสสนาในขณะแห่งวิปัสสนา เป็นข้าศึกของกามวิตกด้วย สามารถชั่วขณะนั้นเกิดขึ้น. เมื่อพระโยคาวจรขวนขวายวิปัสสนาแล้ว บรรลุมรรค ความดำริสัมปยุตด้วยมรรคในขณะแห่งมรรคเป็นข้าศึก ของกามวิตกด้วยสามารถการตัดได้เด็ดขาดเกิดขึ้น. ความดำริอันเกิดขึ้น อย่างนี้ พึงทราบว่าท่านกล่าวว่า เนกฺขมฺมสงฺกปฺโป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka