Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 494

เล่ม มมร. 68 หน้า 494 ข้อ 85
กระนั้นท่านก็กล่าวไว้ในที่ทั้งปวง ด้วยสามารถบุคคลต่างกัน และด้วย สามารถการเจริญสติปัฏฐานอันมีในขณะต่างกัน. อีกอย่างหนึ่ง ครั้น ละได้ในส่วนหนึ่งแล้ว, แม้ในส่วนที่เหลือก็เป็นอันละได้ด้วย. ด้วย เหตุนั้นแล พึงทราบว่าท่านกล่าวอย่างนี้ เพื่อแสดงการละอภิชฌาของ ภิกษุนั้น. สติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้ ย่อมได้ในจิตต่าง ๆ ในส่วนเบื้องต้น ด้วยประการฉะนี้. ภิกษุย่อมกำหนดกายด้วยจิตอื่น กำหนดเวทนาด้วย จิตอื่น กำหนดจิตด้วยจิตอื่น กำหนดธรรมทั้งหลายด้วยจิตอื่น. แต่ ในขณะโลกุตรมรรค สติปัฏฐานย่อมได้ในจิตดวงเดียวเท่านั้น. สติสัมปยุตด้วยวิปัสสนา ของบุคคลผู้มากำหนดกายตั้งแต่ต้น ชื่อว่า กายานุปัสสนา. บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่า กายานุ- ปัสสี. สติสัมปยุตด้วยมรรคในขณะแห่งมรรคของบุคคลผู้ขวนขวาย วิปัสสนาแล้วบรรลุอริยมรรค ชื่อว่า กายานุปัสสนา, บุคคลผู้ประกอบ ด้วยสตินั้น ชื่อว่า กายานุปัสสี. สติสัมปยุตด้วยวิปัสสนาของบุคคล ผู้มากำหนดเวทนา กำหนดจิต กำหนดธรรมทั้งหลาย ชื่อว่า ธัม- มานุปัสสนา, บุคคลผู้ประกอบด้วยสตินั้น ชื่อว่า ธัมมานุปัสสี. สติสัมปยุตด้วยมรรค ในขณะแห่งมรรคของบุคคลผู้ขวนขวายวิปัสสนา แล้วบรรลุอริยมรรค ชื่อว่า ธัมมานุปัสสนา, บุคคลผู้ประกอบด้วย สตินั้น ชื่อว่า ธัมมานุปัสสี.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka